posttoday

อิหร่านปฏิเสธหยุดยิง ทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีหากยังปิดฮอร์มุซ

07 เมษายน 2569

อิหร่านย้ำต้องยุติสงครามถาวร ปัดข้อเสนอหยุดยิง ขณะทรัมป์ขีดเส้นตายเช้าวันพุธตามเวลาไทย ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้าสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลอิหร่านประกาศปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจากสหรัฐอเมริกา พร้อมย้ำว่าทางออกของสงครามต้องเป็น “การยุติอย่างถาวร” เท่านั้น ท่ามกลางแรงกดดันจากวอชิงตันและพันธมิตรอย่างอิสราเอล

 

รายงานจากสำนักข่าวทางการของอิหร่านระบุว่า ข้อเสนอที่ส่งผ่านตัวกลางคือปากีสถาน ซึ่งกำหนดให้มีการหยุดยิงทันที และเริ่มการเจรจาสันติภาพภายใน 15–20 วันนั้น ไม่สอดคล้องกับจุดยืนของเตหะราน

 

คำตอบของอิหร่านประกอบด้วยเงื่อนไข 10 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การยุติความขัดแย้งในภูมิภาคโดยรวม การจัดทำมาตรการรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงแผนฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า ข้อเสนอเหล่านี้ “ไม่ใช่การประนีประนอม” แต่สะท้อนถึงความมั่นใจของอิหร่านในการปกป้องผลประโยชน์ของตน พร้อมระบุว่า ข้อเรียกร้องก่อนหน้าของสหรัฐฯ ที่มีลักษณะเป็นแผน 15 ข้อ ถูกมองว่า “เกินขอบเขตและไม่สมเหตุสมผล”

อิหร่านปฏิเสธหยุดยิง ทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีหากยังปิดฮอร์มุซ

 

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยประกาศเส้นตายให้แก่อิหร่านภายในเวลา 07.00 น. ของวันพุธ (เวลาไทย) หรือ 20.00 น. วันอังคารตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของโลก

 

ทรัมป์ระบุว่า หากไม่มีข้อตกลง สหรัฐฯ จะดำเนินปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ โดยกล่าวอย่างชัดเจนว่า “อิหร่านสามารถถูกทำลายได้ภายในคืนเดียว” และอาจเกิดขึ้นทันทีในคืนถัดไป พร้อมขู่ว่าจะโจมตีสะพานทุกแห่งและโรงไฟฟ้าทั่วประเทศให้ “หยุดใช้งานโดยสิ้นเชิง”

 

คำขู่ดังกล่าวรวมถึงการทำลายโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบพลังงานและคมนาคม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเตือนว่า อาจเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงคราม อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่กังวลต่อเสียงวิจารณ์ดังกล่าว

อิหร่านปฏิเสธหยุดยิง ทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีหากยังปิดฮอร์มุซ

 

วิกฤตครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นสำคัญจากเหตุการณ์โจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีสัดส่วนถึงประมาณ 20% ของโลก

 

การปิดช่องแคบดังกล่าวกลายเป็น “ไพ่ต่อรอง” สำคัญของอิหร่าน เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% แตะระดับราว 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า การโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในภาคใต้ของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของแผนทำลายแหล่งรายได้ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ

อิหร่านปฏิเสธหยุดยิง ทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีหากยังปิดฮอร์มุซ

มีรายงานว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในบางพื้นที่ แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่ามีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งตกเป็นเป้าหมาย

 

ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านยังคงแสดงศักยภาพในการตอบโต้ โดยมีการโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลในหลายประเทศ รวมถึงการยิงขีปนาวุธและโดรน ขณะที่อิสราเอลเองต้องเผชิญกับการโจมตีจากหลายทิศทาง ทั้งจากเลบานอน อิหร่าน และกลุ่มฮูตีในเยเมน

 

สถานการณ์ในอิสราเอลทวีความตึงเครียด เมื่อมีการยิงจรวดจำนวนมากตลอดทั้งวัน เสียงไซเรนเตือนภัยและการสกัดกั้นขีปนาวุธดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากการโจมตีดังกล่าว

 

ภาพรวมของสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 6 สัปดาห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันรายทั่วภูมิภาค รวมถึงพลเรือนจำนวนมาก และยังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองภายในสหรัฐฯ

 

ข่าวล่าสุด

NASA ทำถึง ยาน Artemis II สร้างสถิติใหม่ เดินทางไกลสุดจากโลก