posttoday

กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

16 มีนาคม 2569

กทม. เปิด BKK Cooling Center 304 แห่ง เป็นที่พักพิงสาธารณะ เน้นช่วยกลุ่มเปราะบางและคนทำงานกลางแจ้ง สู้ภัยดัชนีความร้อนพุ่งสูง ป้องกันฮีทสโตรก

KEY

POINTS

  • กทม. เปิดโครงการ "ห้องหลบร้อน" (BKK Cooling Center) 304 แห่งทั่วกรุงฯ เพื่อเป็นจุดพักพิงสาธารณะรับมือสภาพอากาศร้อนจัดในปี 2569
  • จุดบริการมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ทำงานกลางแจ้ง โดยใช้พื้นที่ที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้วในหน่วยงาน กทม. เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการ และโรงเรียน
  • ประชาชนสามารถค้นหาตำแหน่งห้องหลบร้อนและตรวจสอบค่าดัชนีความร้อนได้ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK โดยภายในมีบริการน้ำดื่มและชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น

กทม. รุกจัดตั้ง "BKK Cooling Center" 304 แห่ง พักกายคลายร้อนสู้ภัยอากาศสุดขั้วปี 2569

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว “BKK Cooling Center” หรือ “ห้องหลบร้อน” ณ ศูนย์นันทนาการเทเวศร์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์อากาศร้อนจัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ 
 

กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้เป็นจุดพักพิงสาธารณะสำหรับประชาชนในช่วงที่ดัชนีความร้อนพุ่งสูง

ที่มาและวิสัยทัศน์ของโครงการ นายชัชชาติระบุว่า แนวคิดเรื่อง Cooling Center เป็นมาตรการระดับสากลที่หลายเมืองทั่วโลกนำมาใช้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้ว่าฯชัชชาติเผยว่า “หลายเมืองทั่วโลกมี Cooling Center เพื่อช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มีพื้นที่ปลอดภัยจากความร้อน กรุงเทพมหานครก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องนี้เช่นกัน”

กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

นอกจากนี้ ยังย้ำว่าโครงการนี้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เนื่องจากเป็นการใช้พื้นที่บริการเดิมที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการติดตั้งเครื่องใหม่เพื่อเพิ่มภาระไฟฟ้า

“ห้องหลบร้อนเป็นพื้นที่บริการประชาชนที่หน่วยงานของ กทม. มีอยู่แล้ว เราเพียงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง”

 “เราไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศเพิ่มหรือติดตั้งเครื่องใหม่ ห้องดังกล่าวเป็นพื้นที่บริการที่มีอยู่เดิม เพียงแต่ประกาศให้ประชาชนทราบว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และยังสอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล”
กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

เป้าหมายหลัก: ดูแลกลุ่มเปราะบางและคนทำงานกลางแจ้ง กทม. ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคจากความร้อน ได้แก่

  • กลุ่มเปราะบาง: ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง)
  • ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง: วินมอเตอร์ไซค์ พนักงานกวาดถนน หรือผู้ที่ต้องตากแดดนานๆ เพื่อป้องกันภาวะลมแดด (Heatstroke)
  • ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว: ที่มีอาการเพลียแดดหรือไม่สบายตัวจากอากาศร้อน

กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

รายละเอียดการให้บริการและสถานที่ จากการเฝ้าระวังพบว่าช่วงเวลา 10.00 - 15.00 น. เป็นช่วงที่มีอุณหภูมิและรังสี UV เข้มข้นที่สุด กทม. จึงกำหนดให้เป็นช่วงเวลาหลักในการให้บริการ

 ปัจจุบันมีห้องหลบร้อนกระจายตัวอยู่ 304 แห่ง ประกอบด้วย:

  • โรงเรียน 100 แห่ง (เริ่ม 1 เม.ย. 69)
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง
  • ศูนย์นันทนาการ/กีฬา 76 แห่ง
  • สำนักงานเขต 50 แห่ง และโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง

ภายในทุกแห่งจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมพักผ่อน บริการน้ำดื่มสะอาด (ได้รับการสนับสนุนน้ำดื่ม Sprinkle 30 จุดในช่วงแรก) และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น

นอกจากนี้ยังมี "จุดหลบร้อน" (BKK Cooling Spot) อีก 178 แห่งในสวนสาธารณะ และจุดบริการน้ำดื่มฟรีทั่วกรุงอีก 2,806 จุด

กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

ระบบเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนภัย กทม. ได้ใช้ค่า ดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งสะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกจริงมาเป็นเกณฑ์แจ้งเตือน 4 ระดับ:

  • สีเขียว (27-32.9°C): เฝ้าระวังสุขภาพทั่วไป
  • สีเหลือง (33-41.9°C): ลดกิจกรรมกลางแจ้ง
  • สีส้ม (42-51.9°C): อันตราย หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
  • สีแดง (>52°C): อันตรายมาก ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด

ประชาชนสามารถเช็กค่าดัชนีความร้อนแบบ Real-time และค้นหาห้องหลบร้อนที่ใกล้ที่สุดได้ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK หรือเว็บไซต์ Greener Bangkok โดยต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ
กทม. เปิด "ห้องหลบร้อน" 304 จุด ทั่วกรุงฯ รับมืออากาศร้อนปี 69

ข่าวล่าสุด

20 ปี หลักสูตร CISA จากรากฐานสู่เกราะคุ้มกันโลกการเงินยุคใหม่