
ทอ.ไทยสั่งซื้อ Airbus C295 2 ลำ เสริมทัพลำเลียงทางยุทธวิธี
กองทัพอากาศไทยเดินหน้าเสริมแกร่ง สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส C295 จำนวน 2 ลำ ประจำการกองบิน 46 พิษณุโลก มุ่งยกระดับภารกิจลำเลียงและกู้ภัย
KEY
POINTS
- กองทัพอากาศไทย (ทอ.) ลงนามสั่งซื้อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295 จำนวน 2 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงและภารกิจบรรเทาสาธารณภัย
- เครื่องบินใหม่จะเข้าประจำการ ณ กองบิน 46 พิษณุโลก มีความสามารถหลากหลายทั้งการลำเลียงกำลังพล ปฏิบัติการบนรันเวย์สั้น และภารกิจลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ
- กำหนดส่งมอบเครื่องบินลำแรกภายในครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2572 โดยมีความร่วมมือกับอุตสาหกรรมการบินของไทย (TAI) ในการซ่อมบำรุงเพื่อการพึ่งพาตนเอง
เจาะลึกมิติความร่วมมือและการเสริมเขี้ยวเล็บน่านฟ้าไทย
กองทัพอากาศไทย (ทอ.) เดินหน้ายกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการบรรเทาสาธารณภัยครั้งสำคัญ ด้วยการลงนามสั่งซื้อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295 จำนวน 2 ลำ เข้าประจำการในกองทัพอย่างเป็นทางการ ซึ่งการจัดซื้อในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มจำนวนยุทโธปกรณ์ แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพรอบด้านของกองทัพไทยในทุกมิติ
มิติทางยุทธการ: ประจำการเชิงรุก ณ กองบิน 46
เครื่องบิน C295 ทั้ง 2 ลำใหม่นี้ จะถูกส่งไปประจำการ ณ กองบิน 46 ฐานทัพอากาศพิษณุโลก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมและปฏิบัติการทางอากาศเหนือ-กลาง ของประเทศไทย การเข้ามาของ C295 จะช่วยแบ่งเบาภาระและเพิ่มความคล่องตัวให้กับกองทัพอากาศ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีเครื่องบินรุ่นนี้ประจำการอยู่แล้ว 3 ลำ แต่ปฏิบัติการภายใต้สังกัดกองทัพบกไทยมาตั้งแต่ปี 2559 การจัดซื้อครั้งนี้จึงเป็นการขยายศักยภาพของเครื่องบินตระกูลนี้ให้ครอบคลุมภารกิจของกองทัพอากาศอย่างเต็มรูปแบบ
มิติทางเทคนิคและสมรรถนะ: ทรงพลังและยืดหยุ่น
Airbus C295 ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินลำเลียงที่ตอบโจทย์ภารกิจที่หลากหลาย (Multi-role) โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
ความจุและกำลังพล: รองรับการลำเลียงกำลังพลได้สูงสุด 70 นาย หรือพลร่มพร้อมรบ 49 นาย
การปฏิบัติการในพื้นที่จำกัด: สามารถวิ่งขึ้นและลงจอดบนรันเวย์ที่สั้นและไม่ได้รับการเตรียมสภาพพื้นผิว (Unprepared runways) ได้เป็นอย่างดี
ภารกิจมนุษยธรรม: รองรับการดัดแปลงเป็นห้องพยาบาลลอยฟ้าสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยทางการแพทย์ (MEDEVAC) รวมถึงภารกิจส่งกำลังบำรุงและการทิ้งสัมภาระทางอากาศ
โดยเครื่องบินทั้งสองลำจะเข้าสู่กระบวนการประกอบและทดสอบอย่างเข้มงวด ณ โรงงาน Airbus Defence and Space เมืองเซบียา ประเทศสเปน โดยมีกำหนดการส่งมอบลำแรกภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2572
มิติทางเศรษฐกิจและการพึ่งพาตนเอง: ความร่วมมือกับ TAI
นอกเหนือจากการซื้อขายยุทโธปกรณ์ แอร์บัสยังได้สร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมขั้นสูง เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถซ่อมบำรุงและดูแลรักษาฝูงบิน C295 ได้เองในประเทศ ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและส่งเสริมการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
ประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ไว้วางใจเลือกใช้ C295 ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้ครองความเป็นผู้นำตลาดระดับโลกในกลุ่มเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางและเบาด้วย ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 85% มียอดสั่งซื้อสะสมรวมแล้วกว่า 333 ลำ จาก 39 ประเทศ ทั่ว 4 ทวีป และมีชั่วโมงบินพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วมากกว่า 750,000 ชั่วโมงบิน ทั่วโลก







