posttoday

รักกันอย่างปลอดภัย! ใช้ "สิทธิบัตรทอง" ทำอะไรได้บ้าง?

14 กุมภาพันธ์ 2569

14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ สปสช. แจงแนวทางใช้สิทธิฟรี เพื่อความรักที่ปลอดภัย ตั้งแต่ป้องกันติดเชื้อ HIV จนถึงวางแผนครอบครัว

KEY

POINTS

  • สิทธิบัตรทองมอบบริการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิด และยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (PrEP/PEP) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • ครอบคลุมบริการตรวจคัดกรองโรค เช่น ตรวจหาเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และบริการทดสอบการตั้งครรภ์ รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางเพศและวางแผนครอบครัว
  • ประชาชนไทยทุกสิทธิสามารถเข้ารับบริการได้ฟรีที่หน่วยบริการใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาล คลินิก และร้านยา โดยใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัตรประชาชน

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า “วันวาเลนไทน์” นอกจากเป็นวันแห่งความรักที่ผู้คนโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ต่างให้ความสำคัญ เพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อกันแล้ว ยังนับเป็นโอกาสอันดี ในการร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักและรู้เท่าทันความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พร้อมเพื่อป้องกัน ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เพื่อให้เป็นความรักที่ปลอดภัย วางอนาคตของตนเองและคนที่เรารักได้อย่างเหมาะสม

 

ทั้งนี้ ภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) มีสิทธิประโยชน์บริการ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และป้องกันท้องไม่พร้อม ดังนั้น สปสช. จึงขอเชิญชวนกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ รวมถึงประชาชนทั่วไปทุกสิทธิ สามารถเข้ารับบริการได้และไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีสิทธิประโยชน์บริการ ดังนี้

 

บริการป้องกันก่อนเสี่ยง เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ได้แก่ บริการถุงยางอนามัย ยาเม็ดคุมกำเนิด และยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน และบริการยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (PrEP/PEP) สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

ทั้งนี้ บริการยาเม็ดคุมกำเนิด ให้บริการหญิงไทยทุกสิทธิ อายุระหว่าง 15-59 ปี ครั้งละไม่เกิน 3 แผง คนละไม่เกิน 13 แผงต่อปี 
ส่วน บริการถุงยางอนามัย เป็นการให้บริการประชาชนไทย ทุกสิทธิทั่วประเทศ รับถุงยางอนามัยได้ครั้งละ 10 ชิ้นต่อคน/สัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้งต่อคนต่อปี มีให้เลือก 4 ไซส์ คือ 49 มม., 52 มม., 54 มม. และ 56 มม.

 

บริการตรวจคัดกรองโรค เพื่อรู้ถึงสถานะสุขภาพ ได้แก่ บริการตรวจเอชไอวี ปีละ 2 ครั้ง หรือรับชุดตรวจด้วยตนเองพร้อมคำปรึกษา บริการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคซิฟิลิส บริการทดสอบการตั้งครรภ์และชุดทดสอบด้วยตนเอง

 

บริการให้คำปรึกษา ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางเพศและวางแผนครอบครัว และบริการสายด่วนท้องไม่พร้อม 1663 และสายด่วนสุขภาพจิต 1323

 

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า ในการเข้ารับบริการ นอกจากใช้สิทธิที่หน่วยบริการประจำและโรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ในส่วนของยาเม็ดคุมกำเนิด ถุงยางอนามัยและชุดตรวจคัดกรองด้วยตนเองนั้น สามารถเลือกช่องทางรับบริการได้ที่หน่วยบริการนวัตกรรมที่อยู่ใกล้ได้ ทั้งที่ คลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาล และร้านยาคุณภาพ เป็นต้น โดยยืนยันขอใช้สิทธิรับบริการผ่านแอบพลิเคชัน “เป๋าตัง” เลือกรายการ “สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หรือนำบัตรประชาชนมาดำเนินการลงทะเบียนที่หน่วยบริการได้  

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ขอฝากเน้นย้ำ การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เยาวชนเป็นหัวใจสำคัญในการลดปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจว่า “การป้องกัน” ดีกว่าการแก้ไข และการเข้ารับบริการตรวจหรือปรึกษาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลตนเองอย่างรับผิดชอบ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

“เราอยากเห็นวันวาเลนไทน์ในทุกๆ ปี เป็นวันแห่งความห่วงใย ไม่ใช่เพียงมอบดอกไม้หรือของขวัญให้กัน แต่เป็นการมอบความปลอดภัยและอนาคตที่ดีให้กันและกัน ทั้งนี้ หากมีความเสี่ยงหรือมีข้อสงสัยสามารถเข้ารับคำปรึกษาและบริการได้ที่หน่วยบริการในระบบฯ ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทางของ สปสช. ทั้งทางออนไลน์ และสายด่วน สปสช. 1330” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ยืนยัน! พบ “ตะโขง” จริงที่ตากใบ หลังเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว