“Meticuly” นวัตกรรมไทยเฉิดฉาย ถูกใช้ใน NHS ระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร!
"เมติคูลี่" ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมออกแบบเฉพาะบุคคล ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการบน NHS Supply Chain ของสหราชอาณาจักร
KEY
POINTS
- เมติคูลี่ (Meticuly) บริษัทนวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมของไทย ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการในระบบจัดซื้อจัดจ้างของบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) สหราชอาณาจักร
- ผลิตภัณฑ์ที่จะถูกนำไปใช้คือกระดูกเทียมไทเทเนียมออกแบบเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยี 3D Printing สำหรับการผ่าตัดใบหน้าและเบ้าตา ซึ่งช่วยลดเวลาผ่าตัดและมีความปลอดภัยสูง
- ความสำเร็จนี้เป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไทยมีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นการเปิดประตูสู่ตลาด MedTech ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
บริษัท เมติคูลี่ จำกัด (Meticuly) ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมออกแบบเฉพาะบุคคล ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการบน NHS Supply Chain หรือ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างของบริการสุขภาพแห่งชาติ สหราชอาณาจักร
NHS Supply Chain คือ องค์กรที่ทำหน้าที่จัดซื้อ จัดหา และจัดส่งผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อาหาร และบริการที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสุขภาพต่างๆ ภายใต้ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษและเวลส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาของที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า เพื่อช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ซึ่งมีหน้าที่ดูแลประชากรชาวอังกฤษกว่า 60 ล้านคน!
แล้ว “เมติคูลี่” เป็นใคร?
ก่อนหน้านี้ โพสต์ทูเดย์ เคยเล่าถึงเส้นทางกว่าของนักวิจัยไทย จากห้องปฏิบัติการเล็กๆ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไว้ใน เบื้องลึก! กว่า ‘แผ่นปิดกะโหลกไทย’ ผ่าน U.S.FDA และรพ.ดังใน Netflix ยอมรับ ซึ่งต้องการสร้าง "โรบินฮู้ดโมเดล" คือพาผลิตภัณฑ์ไปหาเงินที่ต่างประเทศ เพื่อนำเงินกลับมาชดเชยให้กับคนไทย
เพราะผลิตภัณฑ์ “กระโหลกไทเทเนียม” ของเมติคูลี่ ถูกบรรจุอยู่ใน “สิทธิบัตรทอง” ของคนไทย
สำหรับผลิตภัณฑ์ของเมติคูลี่ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมาจากการพัฒนา "กะโหลกไทเทเนียม" ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อช่วยผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง เนื่องจากพบว่า
ณ ขณะนั้นในปี 2562 ทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 101 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ถึง 12.2 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตราว 6.5 ล้านคน ส่วนประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด 34,545 คน
ความพิเศษของผลิตภัณฑ์ของเมติคูลี่ คือการเลือกวัสดุ "ไทเทเนียม" ซึ่งมีการใช้อยู่ค่อนข้างน้อยมาทำแผ่นปิดกะโหลก ซึ่งความบางของไทเทเนียมสามารถทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติในร่างกาย รวมไปถึงความติดเรียบเนียนนั้นสามารถป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งกะโหลกไทเทเนียมไทยแท้ชิ้นนี้ ติดเชื้อแค่ 0.6% ซึ่งเป็นเรตที่ต่ำมากๆ อย่างที่หมอจากต่างประเทศต้องยอมรับ!
ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตแบบ 3D Printing ที่สามารถทำให้ออกแบบและผลิตงานได้รวดเร็ว จึงสามารถคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนได้ดี ที่สำคัญคือ องค์ความรู้เรื่องไทเทเนียม ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำแผ่นกะโหลกปิดศีรษะเท่านั้น แต่ขยายไปส่วนอื่นๆ ของร่ายกายด้วย
อีกหนึ่งจุดแข็งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือโมเดล ‘โรบินฮู้ด’ ที่เป็นความตั้งใจแต่แรกของทีมงานที่อยากไปคว้ารายได้จากต่างประเทศ มาจุนเจือคนไทย ทำให้ความตั้งใจที่จะสร้างนวัตกรรมไทยที่ได้มาตรฐานสากลทั้งด้าน "ความปลอดภัย" และ "ประสิทธิภาพ" เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก
ปีที่ผ่านมา "เมติคูลี่" จึงสามารถขอขึ้นทะเบียน FDA จากสหรัฐอเมริกาฯ ได้สำเร็จ
ซึ่งเป็นตัวการันตีชั้นดีของมาตรฐานและความปลอดภัย เนื่องจากการขึ้นทะเบียน FDA ไม่ได้ขอได้ง่าย โดยเฉพาะกับนวัตกรรมที่มาจากเมืองไทย! ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งไม่ได้ขึ้นเชื่อเรื่องนวัตกรรมทางการแพทย์ เมื่อเทียบกับฝั่งยุโรป อเมริกา
จาก FDA สหรัฐฯ สู่ระบบ NHS ของสหราชอาณาจักร
ล่าสุด “เมติคูลี่” ได้เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า นอกจากไปอเมริกามาแล้ว พวกเขาสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้าไปสู่ระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือที่รู้จักในชื่อ NHS ได้สำเร็จ
เมติคูลี่ เผยว่า การได้รับเลือกให้เป็นคู่ค้าในระบบ NHS Supply Chain ไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าเทคโนโลยี 3D Printing และกระบวนการผลิตของเมติคูลี่มีคุณภาพและความปลอดภัย ตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่วยให้โรงพยาบาลในเครือ NHS ทั่วสหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงนวัตกรรมของไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเป็นระบบ
สำหรับผลิตภัณฑ์ของเมติคูลี่จะจัดอยู่ในหมวด ได้รับการยอมรับจากเคสผ่าตัดสำหรับศัลยแพทย์ในกลุ่ม Maxillofacial Surgery (ใบหน้า) และ Orbital Reconstruction (เบ้าตา) ซึ่งทำมาแล้วกว่า 190 เคส โดยมีจุดเด่นที่ช่วยยกระดับการรักษา ดังนี้
- การออกแบบเฉพาะบุคคล ผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบตามแผนการผ่าตัดของศัลยแพทย์และสรีระจริงของผู้ป่วย
- ลดเวลาผ่าตัดและค่าใช้จ่าย วัสดุมีความพอดีกับตำแหน่งที่ติดตั้ง ทำให้ศัลยแพทย์ไม่ต้องดัดหรือปรับแต่งวัสดุในห้องผ่าตัด ช่วยลดเวลาการผ่าตัด ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และลดอัตราการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำ
- วัสดุไทเทเนียม มีคุณสมบัติในการนำกระดูก (Osteoconductive) ช่วยให้กระดูกจริงเติบโตมายึดเกาะได้ดี (Osseointegration) เพิ่มความแข็งแรงในระยะยาว
เมติคูลี่เผยอีกว่า การได้รับอนุมัติในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ที่ช่วยให้บุคคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐในสหราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเมติคูลี่พร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MedTech ของไทยให้เติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน.


