posttoday
“โอเชียนกลาส” รุก B2C ผนึก Butterbear ฟื้นแบรนด์ สู่ พลิกกำไร

“โอเชียนกลาส” รุก B2C ผนึก Butterbear ฟื้นแบรนด์ สู่ พลิกกำไร

20 พฤษภาคม 2569

เจาะแนวคิด “ธีรนี กิตติธีระนนทร์” แม่ทัพใหม่ “โอเชียนกลาส” ปรับกลยุทธ์ รุกกลุ่มผู้บริโภค ดึง Butterbear ร่วมสร้างแบรนด์สลัดภาพจำ “แก้วคุณแม่” มัดใจ Gen Z ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ B2C แตะ 30-40% หวังพลิกฟื้นธุรกิจสร้างกำไร

KEY

POINTS

  • เจาะแนวคิด “ธีรนี กิตติธีระนนทร์” แม่ทัพใหม่ “โอเชียนกลาส” ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ มุ่งเน้นตลาด B2C ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 30-40% ภายใน3-5 ปี เพื่อสร้างแบรนด์และพลิกฟื้นกลับมาทำกำไร
  • ใช้กลยุทธ์ Collaboration ร่วมมือกับมาสคอตชื่อดัง "Butterbear" เพื่อฟื้นฟูแบรนด์ (Rejuvenate Brand) สลัดภาพจำ “แก้วคุณแม่” ให้ดูทันสมัย มัดใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
  • เปิดตัวแคมเปญ "My Pleasure Moment" ผ่านคอลเลกชันแก้ว Ocean X Butterbear ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเยี่ยม ทยอยออก 4 คอลเลกชัน ตลอดปีนี้

บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) หรือ OGC ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อโรงงานผลิตเครื่องแก้ว แต่เป็นแบรนด์ไทยที่เป็นความภาคภูมิใจในระดับสากล ซึ่งก่อตั้งมากว่า 44 ปี และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบันมีกำลังการผลิตถึง 130 ล้านใบต่อปี และการส่งออกไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก       

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป “โอเชียนกลาส” ได้ลุกขึ้นมาปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของ “ธีรนี กิตติธีระนนทร์” กรรมการผู้จัดการ ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2568 

“ธีรนี” ระบุว่า หนึ่งใน Strategic Direction คือ การเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มลูกค้า B2C (ผู้บริโภคทั่วไป) โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30-40% ในช่วง 3-5 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 20% ขณะที่กลุ่มลูกค้า HoReCa (โรงแรมและร้านอาหาร) มีสัดส่วนรายได้กว่า 30-40% และกลุ่มลูกค้า B2B (องค์กร)  มีสัดส่วนรายได้กว่า 30% ของรายได้รวม

“เป้าหมายหลักในการกลับมาโฟกัสกลุ่มลูกค้า B2C หลังจากห่างหายไปสักระยะหนึ่ง คือการสร้างแบรนด์ และเชื่อว่าในที่สุดจะนำไปสู่การพลิกกลับมาทำกำไรของโอเชียนกลาส”  

ธีรนี กิตติธีระนนทร์

เปลี่ยนผ่านสู่แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค

ในอดีต “โอเชียนกลาส” อาจถูกจดจำในฐานะผู้ผลิตแก้วเน้นฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเป้าหมายหลักคือการนำเสนอ “Life’s Pleasure” หรือความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตผ่านเครื่องแก้วที่มีคุณภาพ บริษัทพยายามเปลี่ยนมุมมองที่ผู้บริโภคมีต่อแก้วน้ำ จากเดิมที่เป็นเพียงภาชนะธรรมดา ให้กลายเป็น “สื่อกลางของความรู้สึก” ที่ตอบโจทย์ในทุกช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง 

โจทย์สำคัญคือการทลายภาพจำ “แก้วของคุณแม่” ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) อาจไม่รู้จักแบรนด์ แม้จะเคยเห็นหรือใช้แก้วที่บ้านก็ตาม โอเชียนกลาสจึงมุ่งเน้นการทำ Rejuvenate Brand เพื่อทำให้แบรนด์กลับมาดูทันสมัยและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น  

กลยุทธ์ Collaboration กับ Buttebear

ดังนั้น โอเชียนกลาส จึงร่วมมือ (Collaboration) กับ Butterbear มาสคอตที่ครองใจคนทั้งประเทศ การเลือกน้องเนยไม่ใช่เพียงเพราะกระแส แต่เพราะคาแรกเตอร์ที่ดูแล้ว “ฮีลใจ” และ “สดใส” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Life’s Pleasure ของแบรนด์อย่างลงตัว ผ่านแคมเปญ “My Pleasure Moment” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในปีนี้

การคอแลป (Collaboration) ในอดีตต่างจากแคมเปญ Butterbear ในปัจจุบัน ตรงที่ครั้งนี้ โอเชียนกลาส ร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง เป็นผู้ควบคุมการผลิต ออกแบบผลิตภัณฑ์เองทั้งหมด และวางขายผ่านช่องทางของตัวเองเป็นครั้งแรก ขณะที่การทำคอลเลกชัน Disney หรือ Snoopy ก่อนหน้านี้ มักเป็นการทำผ่าน “ลูกค้า” ของโอเชียนกลาสอีกทีหนึ่ง 

คอลเลกชัน Summer

แคมเปญนี้ มีสินค้า Ocean X Butterbear ออกแบบมา 4 คอลเลกชัน ให้อยู่ในทุกช่วงเวลาครอบคลุมทั้ง 4 ฤดูกาล โดยจะทยอยเปิดตัวสินค้าตามฤดูกาล เริ่มจาก Summer เปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือน เม.ย.2569 ตามด้วย Rainy เตรียมเปิดตัวในเดือน มิ.ย.2569 จากนั้นจะเป็น Autumn และ Winter ทยอยออกมาตลอดทั้งปี 

โดยแต่ละคอลเลกชันมีจำกัดจำนวน (Limited Edition) และจำหน่ายเฉพาะบางช่องทาง เพื่อสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นการสะสม เช่น แก้วรุ่นพิเศษวันเกิด Butterbear ที่มีเพียง 1,406 ใบ เท่านั้น

สำหรับผลตอบรับจากการ Soft Launch ผ่าน TikTok Live พบว่า คอลเลกชัน Summer สินค้าขายหมด (Sold Out) ภายในเวลาเพียง 15 นาที สะท้อนให้เห็นถึงพลังของแฟนคลับและการสื่อสารแบรนด์ที่ตรงจุด

ในเฟสแรก โอเชียนกลาส มุ่งเน้นการทำตลาดภายในประเทศไทยเป็นหลัก แต่สำหรับเฟสถัดไปมีแผนต่อยอดความร่วมมือไปสู่ตลาดต่างประเทศ 

บริหารจัดการท่ามกลางวิกฤตโลก

โอเชียนกลาส ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์การขนส่งระหว่างประเทศแพงขึ้น โดยในช่วงที่การส่งออกชะลอตัว บริษัทได้ปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วโดยหันมารุกตลาดในไทยและอาเซียนให้เข้มข้นขึ้น เพื่อชดเชยยอดขายที่หายไป 

สะท้อนผ่านงบไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้ในประเทศ เติบโต 27.33% ขณะที่รายได้ต่างประเทศลดลง 17.02% โดยสัดส่วนรายได้ 65-70% มาจากการส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่วนอีก 30-35% เป็นสัดส่วนรายได้ที่มาจากในไทย

ไม่ได้มีแค่แบรนด์ Ocean

นอกเหนือจากแบรนด์ Ocean (โอเชียน) แล้ว โอเชียนกลาส ยังมีแบรนด์ Lucaris (ลูคาริส) สำหรับกลุ่ม Luxury และ POSH (พอช) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย โดยในอนาคตจะมีการนำสินค้า “Signature” ที่เป็น Best Seller อย่างคอลเลกชัน Madison มาต่อยอดด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ 

“โอเชียนกลาส” ไม่เคยไม่หยุดนิ่ง การร่วมมือกับ Butterbear เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำให้แบรนด์ Ocean กลับมามีชีวิตชีวาและเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคทุกรุ่นได้อย่างแท้จริง 

คอลเลกชัน Summer

ข่าวล่าสุด

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี