posttoday
TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี

20 พฤษภาคม 2569

TSTE ขยับใหญ่ในรอบ 50 ปี เปิดแผนรุก OEM ครบวงจร ทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหารพร้อมรับประทาน ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทใน 3 ปี

จาก “ท่าเรือขนและคลังสำหรับขนถ่ายน้ำตาล” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ “โรงงานผลิตอาหาร” ที่กำลังปั้นขนม โปรตีนสแนค และอาหารพร้อมรับประทานส่งไปทั่วโลก

 

นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE ในวันที่ธุรกิจดั้งเดิมอายุเกือบ 50 ปี เลือกขยับตัวเองออกจากภาพจำของธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมหนัก เข้าสู่สนามอาหารและเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ ด้วยการเป็นผู้ให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร (OEM One Stop Service)

 

นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นวาระครบรอบ 50 ปีของบริษัท ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปิดตัวธุรกิจอาหารของกลุ่ม TSTE อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการออกบูธในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่าง วันที่ 26-30  พฤษภาคม  2569 นี้ โดยบริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด และบริษัทในเครือจะร่วมแสดงศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารครบวงจร ทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยว อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่ม รองรับลูกค้า OEM ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง  

นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานอาหารในกลุ่มทั้งหมด 8 โรงงาน สำหรับกลุ่มขนมขบเคี้ยว บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด เช่น สาหร่ายแซนวิช สาหร่ายนอกกรอบ ฯลฯ และภายในงานยังมีการเปิดตัวกลุ่มขนมขบเคี้ยว กลุ่มใหม่ อาทิ ผลิตภัณฑ์ขนมจากเนื้อปลาซูริมิ ผลิตภัณฑ์ขนมจากแป้ง เช่น ทองม้วน ในรสชาติที่แปลกใหม่ รวมถึงกลุ่มโปรตีน สแนคและโปรตีนบาร์ ซึ่งสามารถทำภายใต้แบรนด์ “Koriko” ควบคู่กับภายใต้การรับจ้างผลิต OEM ได้

 

ในส่วนของธุรกิจอาหาร บริษัทเปิดตัวบริการ OEM อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Retort Sterilizer ซึ่งช่วยยืดอายุสินค้าได้นานมากกว่า 1 ปี ในรูปแบบซองพร้อมรับประทาน โดยไม่ต้องแช่เย็น เหมาะสำหรับเครือร้านอาหารและแฟรนไชส์ที่ต้องการควบคุมมาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกสาขา รวมถึงกลุ่มอาหารเพื่อการยังชีพ อาหารสำหรับกองทัพ ภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ อาหารเด็ก อาหารผู้สูงอายุ และอาหารไทยสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก

 

ด้านธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัทสามารถรับผลิต OEM เครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้งน้ำผลไม้ปรุงแต่งรส น้ำสมุนไพร และเครื่องดื่มต่าง ๆ ผ่านระบบ Sterile Hot Filling ตามมาตรฐานสากล พร้อมรองรับบรรจุภัณฑ์ทั้งรูปแบบขวด อีกทั้งยังสามารถทำในรูปแบบขวดแช่แข็ง หรือถุงแช่แข็งสำหรับการส่งออก เพื่อคงรสชาติให้เหมือนเดิม

 

“การขยายธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวแบบครบวงจร จะช่วยเสริมศักยภาพให้กลุ่ม TSTE ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการ OEM แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสูตร การผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในประเทศและตลาดโลก โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันยอดขายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแตะระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี” 

 

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี

TSTE เริ่มต้นธุรกิจจากการให้บริการท่าเรือและคลังสินค้าสำหรับขนถ่ายน้ำตาล บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 150 ไร่ บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก่อนขยายธุรกิจสู่กลุ่มโลจิสติกส์ ท่าเรือขนถ่ายสินค้าเทกองและสินค้าแบบกระสอบ รวมถึงธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์ผ่านบริษัทร่วมทุน 

 

อีกทั้งยังลงทุนในธุรกิจโรงงานผลิตแป้งสาลี ซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้ชื่อ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)  หรือ TMILL รวมถึงลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ ภายใต้บริษัท ที เอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด  และ บริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด 

 

ในปี 2022 บริษัทได้รุกเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างจริงจัง ผ่านการเข้าซื้อกิจการ บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและแปรรูปสาหร่ายสำหรับอุตสาหกรรมอาหารรายแรกของประเทศไทย  และได้เดินหน้าต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเองภายใต้ชื่อ “Koriko” ซึ่งมีผลิตภัณฑ์สาหร่ายแซนด์วิช สาหร่ายนอกกรอบ เป็นสินค้าหลัก โดยในปีนี้บริษัทได้แต่งตั้ง “เก่ง–น้ำปิง” เป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง

 

ข่าวล่าสุด

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี

TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี