
ถอดรหัสความสำเร็จไต้หวัน: กลยุทธ์ฟื้นความเชื่อมั่นรัฐบาลด้วยเทคโนโลยี
ถอดรหัสความสำเร็จไต้หวันจากมุมมอง Audrey Tang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลและรัฐมนตรีข้ามเพศคนแรกของไต้หวันที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลสามารถฟื้นความเชื่อมั่นรัฐบาลได้อย่างไร
ถอดรหัสความสำเร็จไต้หวันจากมุมมอง Audrey Tang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลและรัฐมนตรีข้ามเพศคนแรกของไต้หวันที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลสามารถฟื้นความเชื่อมันรัฐบาลได้อย่างไร
"สื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้ทำให้ประชาชนแตกแยกกันโดยอัตโนมัติ แต่มันขึ้นอยู่กับการออกแบบแพลตฟอร์ม ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบโดยใช้เครื่องมือสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามัคคี" - Audrey Tang
จากวิกฤตสู่การเปลี่ยนแปลง
ในปี 2014 ประชาธิปไตยของไต้หวันสั่นคลอนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการต่อต้านข้อตกลงทางการค้ากับจีน ความนิยมในรัฐบาลลดต่ำลงจนเหลือเพียง 9% ในขณะนั้น Audrey Tang เป็นโปรแกรมเมอร์และหนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงที่เรียกตัวเองว่า "ขบวนการดอกทานตะวัน (Sunflower Movement)"
"ความโกรธแค้นแพร่กระจายไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนั้น พวกเราเข้ายึดรัฐสภาอย่างสงบเป็นเวลาสามสัปดาห์... โปรแกรมเมอร์ นักข่าว นักกิจกรรม และประชาชนอีกนับแสนต่างลงถนน ขณะที่อีกส่วนเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ ซึ่งพวกเราใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อถ่ายทอดสดการอภิปราย รวมถึงสร้างเครือข่ายการสนทนาบนโลกออนไลน์"
ฟื้นความเชื่อมั่นรัฐบาลผ่านเครื่องมือดิจิทัล
Audrey Tang เล่าต่อว่า ในที่สุดเจ้าหน้าที่รัฐก็ยอมรับและเชิญตัวแทนจาก "ขบวนการดอกทานตะวัน (Sunflower Movement)" ซึ่งรวมถึงตัวเขาเองให้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบาย โดย "ภารกิจแรกคือการเอาชนะวิกฤตด้านความไว้วางใจต่อรัฐบาลที่เกิดจากความแตกแยกในครั้งนี้"
เขาและเพื่อนร่วมงานได้พัฒนาช่องทางใหม่ๆ ที่ใช้ "สื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามัคคี" เพื่อหาจุดร่วมในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่มาตรการด้านสุขภาพช่วงการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ไปจนถึงการกำหนดราคาแบบพลวัตสำหรับบริการเรียกรถ
ความพยายามเหล่านี้ส่งผลให้เกิด "บรรยากาศใหม่แห่งความร่วมมือที่สร้างสรรค์" ซึ่งเพิ่มความไว้วางใจโดยรวมในสถาบันต่างๆ ของรัฐบาลไต้หวัน โดยภายในปี 2020 ความไว้วางใจต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นจนถึง 70% จากเดิมที่ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาลเพียง 9% ซึ่ง Audrey Tang ให้ความเห็นว่าเป็นผลมาจากการให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการหาจุดร่วมในประเด็นต่างๆ
กลยุทธ์หาจุดร่วม เชื่อมโยงประชาชนกับรัฐบาล
ไต้หวันได้ใช้กลยุทธ์หลายอย่างในการหาจุดร่วมเพื่อเชื่อมโยงประชาชนเข้ากับรัฐบาล อาทิ:
- การสร้างฉันทามติด้วยคอมพิวเตอร์: โดยใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อ Polis ซึ่งมีต้นกำเนิดจากซีแอตเทิล เป็นเครื่องมือที่รวบรวมและกลั่นกรองข้อมูลจากกลุ่มคนจำนวนมากแบบเรียลไทม์
- สมัชชาพลเมืองออนไลน์: กระทรวงดิจิทัลภายใต้การบริหารของ Audrey Tang ร่วมมือกับนักกิจกรรมจัดการประชุม "Alignment Assemblies" โดยสุ่มเลือกพลเมืองมาหารือในประเด็นและนโยบายต่างๆ
- การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง: ผู้นำภาคประชาสังคมได้สร้างเครือข่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงชื่อ Cofacts เพื่อระบุแคมเปญข้อมูลเท็จตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- การใช้แนวทางโอเพนซอร์สในสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์: ทำให้สามารถผสมผสานองค์ประกอบต่างๆ ของแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ได้อย่างยืดหยุ่น
มุมมองต่ออนาคต AI
แม้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทในเครื่องมือดิจิทัลที่ใช้ในไต้หวัน แต่ Audrey Tang ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพา Generative AI มากเกินไป อาจทำให้ความเป็นหนึ่งเดียวในสังคมลดน้อยลง แม้ AI จะสามารถช่วยมนุษย์วางแผนนโยบายสาธารณะได้ แต่มนุษย์ไม่ควรปล่อยจอยการควบคุมไปเลยอย่างสิ้นเชิง







