
รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย
รักชนกเตือนสังคมแยกความผิดส่วนบุคคลออกจากความรับผิดของพรรค ยืนยันคดีต้องดำเนินตามกฎหมาย แต่ไม่ควรขยายผลยุบพรรคหากไม่มีหลักฐานว่าใช้เงินเว็บพนันหล่อเลี้ยงพรรค
KEY
POINTS
- รักชนกย้ำว่าความผิดส่วนบุคคลต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพบความผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย
- มองว่าการใช้เงินจากเว็บพนันสนับสนุนกิจการพรรคอย่างเป็นระบบเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาความรับผิดของพรรคและกรรมการบริหาร
- เตือนการยุบพรรคจากเงินบริจาคหรือเงินเดือน สส. โดยไม่มีข้อมูลว่าพรรครู้เห็น อาจเปิดช่องให้ใช้กฎหมายกำจัดฝ่ายตรงข้าม
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงข้อถกเถียงเรื่องเงินบริจาคของ “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ให้พรรคภูมิใจไทย โดยเรียกร้องให้สังคมแยกความรับผิดของบุคคลออกจากความรับผิดของพรรคการเมือง
รักชนกระบุว่า ประเด็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคู่สมรสของสุชาดากับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศแต่ให้บริการในประเทศไทย ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย หากพบความผิด ผู้เกี่ยวข้องต้องรับโทษผ่านกระบวนการยุติธรรม
ส่วนการพิจารณายุบพรรค รักชนกเห็นว่าต้องดูที่มาของเงินและการนำไปใช้ หากเงินจากเว็บพนันถูกใช้สนับสนุนพรรคอย่างเป็นระบบ ทั้งค่าบริหารจัดการ ค่าพนักงาน การจัดกิจกรรม หรือการรณรงค์หาเสียง ก็ควรพิจารณาความรับผิดของพรรคและกรรมการบริหาร
แต่หากเป็นเพียงการหักเงินเดือน สส. เข้าพรรคหรือการบริจาคเป็นครั้งคราว โดยไม่มีข้อมูลว่าพรรครู้เห็นหรือใช้เงินจากเว็บพนัน รักชนกเห็นว่าไม่ควรนำไปสู่การยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารโดยอัตโนมัติ
รักชนก เตือนว่า หากวางหลักการเช่นนั้น อาจมีผู้ไม่พอใจพรรคการเมืองหาผู้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันโอนเงินเข้าพรรค เพื่อสร้างข้อเรียกร้องให้ยุบพรรค และทำให้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้าม
ปมขัดแย้งก่อนข้อถกเถียงเรื่องเงินบริจาค
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เกิดการโต้ตอบระหว่างรักชนกกับสุชาดาในสภาและบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องข้อกล่าวหาสินบน 40 ล้านบาท และพาดพิงถึงสามีของ สส.หญิงจังหวัดชัยภูมิ
สุชาดาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นการอภิปรายที่เลื่อนลอยและไม่มีหลักฐาน ต่อมารักชนกโพสต์ถามถึงอาชีพของสามี สุชาดา พร้อมกล่าวถึงทรัพย์สินมูลค่า 1,900 ล้านบาท ทั้งสองโต้ตอบกันผ่านความคิดเห็น โดยสุชาดายกเรื่องสร้อยคอแบรนด์เนมของรักชนกขึ้นมาถามกลับ ก่อนที่รักชนกจะถามย้ำว่า “สรุปสามีทำอาชีพอะไร”
รักชนกระบุในโพสต์ล่าสุดว่า พรรคการเมืองควรถูกยุบเมื่อประชาชนหมดศรัทธาและไม่สนับสนุนอีกต่อไป พร้อมย้ำว่าจุดยืนของเธอไม่ใช่การปกป้องบุคคลหรือพรรคใด แต่เป็นการปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรมและความเป็นธรรมในสังคม







