
จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่
พลังงานสะอาดอาจดูเป็นเรื่องของเทคโนโลยี แต่สำหรับหลายชุมชนทั่วประเทศ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ “คน” ที่รู้ว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริงได้อย่างไร
นี่คือโจทย์ที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อผ่านหลักสูตร “พลังงานเพื่อชุมชน (พพช.)” ซึ่งมุ่งสร้างบุคลากรในพื้นที่ให้มีทักษะด้านพลังงานทดแทน สามารถนำความรู้กลับไปแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนของตัวเองได้อย่างเหมาะสม
ล่าสุด ปตท. จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร พพช. รุ่นที่ 12 ประจำปี 2569 จำนวน 44 คน จาก 11 ชุมชนเครือข่ายทั่วประเทศ ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบเสื้อช่างชุมชนและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การใช้พลังงานทดแทนในภาคการเกษตร เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
โดยมี นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท. ร่วมมอบประกาศนียบัตรและแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการอบรมไม่ใช่แค่เรียนรู้เรื่องพลังงาน แต่ต้อง “ทำเป็น”
จุดเด่นของหลักสูตร พพช. คือการออกแบบการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงตั้งแต่ความรู้พื้นฐานไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง
ผู้เข้าอบรมใช้เวลาเรียนภาคทฤษฎี 5 วัน ณ ศูนย์ฝึกอบรมและที่พัก ปตท. TCB อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เรียนรู้ตั้งแต่สถานการณ์พลังงาน เทคโนโลยี Solar Cell, Biomass และ Biogas ไปจนถึงการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการ และช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน
จากนั้นจึงลงสนามจริง โดยฝึกปฏิบัติร่วมกับทีม “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 11 ในพื้นที่ 4 ภูมิภาค เพื่อเรียนรู้ทั้งการติดตั้งและการบำรุงรักษาระบบพลังงานทดแทน
เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การมีคนรู้เรื่องโซลาร์เซลล์หรือพลังงานชีวภาพ แต่คือการสร้างคนในพื้นที่ที่สามารถ ดูแลระบบ แก้ปัญหา และถ่ายทอดความรู้ต่อให้คนในชุมชนได้
จากโจทย์ของแต่ละพื้นที่ สู่โครงการพลังงานที่ใช้ได้จริง
หลังผ่านการอบรม ผู้แทนแต่ละชุมชนยังต้องนำความรู้กลับมาคิดต่อว่า หากมีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอยู่ในมือ จะนำไปแก้โจทย์อะไรของพื้นที่ได้บ้าง
คำตอบจึงแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชุมชน
ที่ เทศบาลตำบลศิลาแลง จ.น่าน แนวคิดถูกต่อยอดเป็นโครงการระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่ชุมชนตำบลบางรักพัฒนา จ.นนทบุรี พัฒนาแนวคิด เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อบำบัดน้ำเสีย
ด้าน เทศบาลนครมาบตาพุด จ.ระยอง มุ่งยกระดับโรงเรือนดินอินทรีย์ด้วยพลังงานสะอาด ส่วนชุมชนท่าศิลา จ.สกลนคร พัฒนาแนวคิด โซลาร์เซลล์เคลื่อนที่สำหรับสูบน้ำเพื่อการเกษตร
ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ก็มีโจทย์เฉพาะของตัวเอง ทั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตอย่างยั่งยืนของชุมชนประมงพื้นบ้านใน อบต.ตันหยงโป จ.สตูล และโครงการต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพของ เทศบาลตำบลท้องเนียน จ.นครศรีธรรมราช
ภาพเหล่านี้สะท้อนว่า “พลังงานทดแทน” ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากโจทย์ใกล้ตัว ตั้งแต่การสูบน้ำ การจัดการน้ำเสีย การเกษตร ไปจนถึงการสร้างพลังงานจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน
เมื่อเทคโนโลยีเดินทางกลับบ้าน
หัวใจของหลักสูตร พพช. จึงอาจไม่ได้อยู่เพียงจำนวน 44 คนที่ผ่านการอบรม แต่อยู่ที่การสร้าง “ช่างชุมชน” ให้กลายเป็นกำลังสำคัญของพื้นที่
เมื่อคนในชุมชนสามารถเข้าใจเทคโนโลยี ติดตั้ง ดูแล และประเมินความเหมาะสมของระบบได้เอง พลังงานสะอาดก็ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดการใช้พลังงานหรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่ยังมีโอกาสเชื่อมโยงไปถึงการลดต้นทุน สร้างอาชีพ และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชน
นี่คือแนวทางที่ ปตท. นำแนวคิดด้าน ESG และเศรษฐกิจ BCG มาผูกเข้ากับการพัฒนาคนในระดับพื้นที่ โดยหวังให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนเดินทางกลับไปพร้อมกับผู้เข้าอบรม และเปลี่ยนเป็นโครงการเล็ก ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของแต่ละชุมชน
จาก “พลังงาน” จึงกลายเป็น “พลังคน” และจากพลังคน จึงมีโอกาสต่อยอดเป็นพลังของชุมชนในระยะยาว







