
ประธานประชุม IMF-World Bank 2026 ชู AI ขับเคลื่อนโลก ท่ามกลางโลกผันผวน
“คาร์ลอส คาร์วัลโญ สปาลดิง” ประธานการประชุม IMF-World Bank 2026 สะท้อนความท้าทายเศรษฐกิจโลก ดัน AI สร้างโอกาสใหม่รับมือความไม่แน่นอนในอนาคต
KEY
POINTS
- ประธานการประชุม IMF-World Bank 2026 ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญความท้าทายและความผันผวนรอบด้าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสภาพภูมิอากาศ
- เสนอให้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้ก้าวต่อไป
- เชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันนวัตกรรม และสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต
การประชุมเต็มคณะและการกล่าวถ้อยแถลงผู้นำ ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร วันที่ 16 ต.ค.2569
คาร์ลอส คาร์วัลโญ สปาลดิง (Carlos Carvallo Spalding) ประธานการประชุม (Chairman) และผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัย ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สำคัญต่อที่ประชุม ซึ่งมีผู้นำระดับสูง ผู้ว่าการธนาคาร และผู้แทนจากประเทศสมาชิกทั่วโลกเข้าร่วม
ในโอกาสนี้ เขาได้ย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยย้อนไปเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ที่ IMF และธนาคารโลก ได้เคยร่วมมือกับประเทศปารากวัยในช่วงเวลาที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจ ซึ่งสถาบันการเงินทั้งสองแห่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันการเงิน และยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ
ประธานการประชุมฯ ได้ฉายภาพให้เห็นถึงบริบทของโลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, ปัญหาเงินเฟ้อ, ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, วิกฤตภูมิอากาศ
ตลอดจนความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังประสบปัญหาการเติบโตของรายได้ต่อหัวที่ชะลอตัวลง ควบคู่ไปกับภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง
เขายกตัวอย่างความสำเร็จของปารากวัย ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในภูมิภาคอเมริกาใต้ โดยระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบ และการมีวินัยทางการคลัง ผสานกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก IMF และธนาคารโลก ในการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ เขาได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สถาบันการเงินระดับโลกจะต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ผ่านการทบทวนกรอบการทำงานสำคัญ ๆ เช่น กรอบความยั่งยืนทางการเงินและหนี้สิน (Debt Sustainability Framework) และโปรแกรมการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program) เพื่อให้สามารถสนับสนุนประเทศสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ เขายังได้สนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผลักดันนวัตกรรม และสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในอนาคต







