posttoday
“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

17 ตุลาคม 2569

วราวุธ เตรียมแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับขยะพิษสูงสุด 10 ล้านบาท พร้อมยึดทรัพย์ เล็งตั้งนิคมรองรับซากแบตเตอรี่ EV ใช้ AI แปรรูปข้าว-อ้อย หนุน SME แข่งขันตลาดโลก

KEY

POINTS

  • กฎหมายปัจจุบันมีโทษปรับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมต่ำเพียง 200,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการไม่เกรงกลัวและเลือกจ่ายค่าปรับแทนการกำจัดอย่างถูกวิธี
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เตรียมแก้ไข พ.ร.บ. โรงงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโทษปรับให้สูงถึง 10 ล้านบาท
  • นอกจากการเพิ่มค่าปรับ จะมีการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมถึงการติดตามเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” ประจำวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทย โดยย้ำว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับปัญหามลพิษหรือทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง

ประเด็นที่ให้น้ำหนักมาก คือการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มานาน 40–50 ปี โทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดของเสียที่ถูกต้อง

ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างแก้ พ.ร.บ. โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และศุลกากร เพื่อยกระดับการเอาผิดให้เชื่อมถึงเส้นทางการเงิน ตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ และผลักดันค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก

“วันนี้การลงโทษมันถูกกว่าการเอาไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว จึงต้องทำให้การฝ่าฝืนกฎหมายไม่คุ้ม และบังคับให้กากอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง” นายวราวุธ กล่าว
 

นายวราวุธ กล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ คือขยะจากเทคโนโลยีสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถ EV ซึ่งจะทยอยหมดอายุในไม่กี่ปี โดยเฉพาะแผงโซลาร์ที่ใช้มานานราว 10 ปีและมีอายุใช้งานประมาณ 15 ปี ซึ่งอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า กระทรวงฯ จึงเร่งผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล รวบรวมโรงงานรีไซเคิลและกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมและการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปกองปะปนกับขยะทั่วไป

ทั้งนี้ แบตเตอรี่ EV ที่หมดสภาพจากการใช้งานในรถไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งทั้งหมด บางส่วนสามารถนำไป recondition และใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
 

 

ด้านปากท้อง กระทรวงเดินหน้าแนวคิด “AI ยกกำลัง 2” ดึงเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมขั้นสูงมาเชื่อมกับภาคเกษตร ซึ่งมีแรงงานเกือบ 30% ของประเทศ แต่สร้าง GDP ราว 8% เพื่อไม่ให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างเศรษฐกิจใหม่กับฐานรากถ่างกว้างขึ้น

AI จะถูกใช้ตั้งแต่ต้นน้ำ ดูระบบให้น้ำ คุณภาพดิน และสภาพอากาศ กลางน้ำใช้ระบบอัตโนมัติช่วยแปรรูป และปลายน้ำใช้ AI อีคอมเมิร์ซ โซเชียลมีเดีย และโลจิสติกส์ช่วยหาตลาด ซึ่งวันนี้เรียกว่าหมดเวลาที่จะขายของเยอะ แต่ต้องขายของแพง

โดยนายวราวุธ ระบุต่อว่าตัวอย่างที่เห็นภาพชัด คือข้าวที่ขายวัตถุดิบตันละประมาณ 7,000–8,000 บาท หากนำไปแปรรูปเป็นแป้งหรือผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก มูลค่าอาจเพิ่มเป็นหลายหมื่นบาทต่อตัน ขณะที่อ้อยจะเน้นเพิ่มผลผลิตต่อไร่และค่าความหวาน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจากพื้นที่เดิมเพื่อให้เทคโนโลยีไม่อยู่แค่ในห้องประชุม กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 4 ภาค ได้แก่ เหนือ กลาง อีสาน และใต้ รองรับผลผลิตเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น ข้าว อ้อย และยางพารา

นายวราวุธ กล่าวว่า จุดแข็งของไทยอยู่ที่เครือข่าย SME กว่า 3.2 ล้านราย ซึ่งรวมตัวกันเป็นห่วงโซ่อุปทานของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์ที่ทำงานร่วมกับญี่ปุ่นมานาน 60–70 ปี จนไทยได้รับการยอมรับว่ามี Supply Chain ที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ไทยจะไม่เลือกเดินเส้นทาง EV เพียงทางเดียว แต่ใช้แนวทาง Multi-pathway เปิดพื้นที่ให้ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด PHEV รถไฟฟ้า BEV และเทคโนโลยีไฮโดรเจนในอนาคต พร้อมดูแลฐานค่ายญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์เดิมที่สร้างงานให้คนไทยจำนวนมาก

“คนที่เคยช่วยเราเอาไว้ในอดีต พอถึงเวลาเราเจอความท้าทายใหม่ ๆ เข้ามา เราต้องจับมือกัน ไม่ใช่ไปทิ้งเขา ส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะรถยุคใหม่มีลักษณะเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่มากขึ้น” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและ SME Bank จะเข้าช่วยทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ในการเปลี่ยนผ่าน ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องเพิ่มความแม่นยำและความยืดหยุ่นให้รองรับทั้ง ICE ไฮบริด และ EV เพราะไทยยังเป็นฐานผลิตรถส่งออกไปหลายตลาด ซึ่งแต่ละประเทศมีความต้องการเทคโนโลยีไม่เหมือนกัน   อีกโจทย์สำคัญคือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก เช่น CBAM ของยุโรป ที่เริ่มกดดันผู้ส่งออกไทยให้ใช้พลังงานสะอาด มีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน และพัฒนาโรงงานไปสู่ Green Industry กระทรวงจะทำหน้าที่ทั้งกำกับมาตรฐานและช่วย SME เข้าถึงความรู้กับเงินทุนเพื่อปรับโรงงาน

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมจะเดินหน้าได้ แต่ต้องไม่เบียดเบียนชุมชน หากการดำเนินงานของนิคมหรือโรงงานสร้างผลกระทบต่อประชาชนก็ต้องเข้าไปแก้ไขและเยียวยา พร้อมเปิดช่องให้ประชาชนแจ้งปัญหาโรงงาน น้ำเสีย หรือมลพิษผ่านสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ได้ตลอดเวลา

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69