
เปิดไทม์ไลน์ ผู้ป่วยต้องสงสัยติด 'ฝีดาษลิง clade 1b' รายแรกของไทย!
กรมควบคุมโลกเปิดไทม์ไลน์ ผู้ป่วยที่ต้องสงสัยคาดติด ฝีดาษลิง clade 1b รายแรกของไทย พบเป็นชาวยุโรปเดินทางมาจากประเทศคองโก คาดรู้ผล 100% ว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ศุกร์นี้ และติดตามผู้ที่นั่งติดกันบนเครื่องบินอีก 43 รายทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
วันนี้ (21 สิงหาคม 2567 ) กรมควบคุมโรคแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยต้องสงสัยเป็นฝีดาษวานร clade 1b รายแรกในไทย โดยนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การแถลงข่าววันนี้ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าพบผู้ป่วยประเภท clade 1b 100% แต่ผู้ป่วยคนดังกล่าวเข้าข่ายต้องสงสัย และพบว่าไม่ใช่ผู้ป่วยฝีดาษวานรสายพันธุ์ clade 2 ที่เคยระบาดในไทยแน่นอน
สำหรับไทม์ไลน์การเดินทางของผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็นชาวยุโรปได้เดินทางจากประเทศคองโก และต่อเครื่องบินที่ประเทศในทวีปตะวันออกกลาง เดินทางถึงประเทศไทยในเย็นวันที่ 14 สิงหาคม 2567 โดยเช้าวันที่ 15 สิงหาคม ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ มีตุ่มขึ้นเล็กน้อยจึงเดินทางไปโรงพยาบาล เมื่อซักถามประวัติ แพทย์จึงสงสัย จึงให้มีการตรวจฝีดาษวานรสายพันธุ์ 2 แต่ผลเป็นลบ อย่างไรก็ตามอาการที่เป็นและประเทศที่เดินทางมาเข้าข่ายจึงมีการตรวจสายพันธุ์ 1b อีกครั้งหนึ่งแต่ให้ผลไม่ชัดเจน จึงต้องดำเนินการตรวจ RT-PCR ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์ยีนส์ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยเป็นฝีดาษลิงแน่นอน และไม่ใช่สายพันธุ์ 2 จึงเข้าข่ายว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์ 1b ซึ่งคาดว่าวันศุกร์นี้จะสามารถยืนยันได้ 100% หากยืนยันแล้วจะถือว่าเป็นผู้ป่วยรายแรกของไทย
นอกจากนี้ ทางกรมควบคุมโรคยังมีระบบติดตามผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยรายดังกล่าว และได้ดำเนิการติดตามสอบสวนโรคแล้ว ซึ่งได้สอบสวนและติดตามผู้ที่นั่งติดกันบนเครื่องบินจำนวน 43 รายเป็นเวลา 21 วันหลังจากการสัมผัส นอกจากนี้ยังได้มีการติดตามคนขับรถซึ่งรับส่งผู้ป่วยจากสนามบินมายังที่พักด้วย
สำหรับขั้นตอนการติดตามนั้น ทางอธิบดีกรมควบคุมโรคเผยว่า ผู้ที่นั่งติดกันสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแค่สังเกตอาการตนเอง เนื่องจากฝีดาษลิงแตกต่างจากโควิด ตรงที่จะเริ่มติดต่อกันก็ต่อเมื่อเกิดอาการแล้วคือ เป็นไข้และมีตุ่มหนองขึ้นตามตัว
ทั้งนี้ได้เพิ่มมาตรการอย่างเข้มงวดต่อสายการบินทั้ง 4 สายที่บินตรงมาจาก 42 ประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดแล้ว และหากวันศุกร์นี้พบว่าผู้ป่วยเป็นผู้ป่วย clade 1b จริงก็จะเพิ่มความเข้มข้นของการตรวจและป้องกันในด่านต่างๆ อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้มีมาตรการป้องกันที่เพียงพออยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : เปิดมาตรการป้องกัน 'ฝีดาษลิง' พันธุ์ใหม่ของไทย หลังการแจ้งเตือนของ WHO )
อธิบดีกรมควบคุมโรคยังยืนยันว่า แม้ฝีดาษวานรclade 1b จะมีความรุนแรงของโรคแต่ไม่ได้ส่งผลต่อการระบาดที่มากขึ้น รวมไปถึงการแถลงข่าวครั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนตระหนักรู้และป้องกันตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการระบาดดังกล่าว และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ถึงมาตรการป้องกันต่างๆ ที่ส่งให้ประเทศไทยเป็น Global Health Security อันดับ 5 ของโลกตั้งแต่ช่วงโควิด
อีกทั้งโรคฝีดาษวานรยังไม่ได้แพร่รุนแรงเหมือนโรคโควิด 19 และไม่ได้ติดง่ายเหมือนโควิด 19 แม้ว่าสายพันธุ์ใหม่จะแพร่ได้โดยการสัมผัสน้ำลาย ผิวหนัง ก็ตาม ก็ต้องมีปริมาณมากและเป็นการสัมผัสที่ใกล้ชิด.







