
โลกพลังงานกลับลำ? Gastech 2026 เปิดเกมใหม่ “มั่นคงก่อนเปลี่ยนผ่าน”
Gastech 2026 สะท้อนโจทย์ใหญ่โลก เมื่อพลังงานต้องพอใช้ ราคาจับต้องได้ และลดคาร์บอน ขณะที่ LNG ไฟฟ้า AI และพลังงานสะอาดกำลังถูกจัดสมดุลใหม่
KEY
POINTS
- แนวคิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้เปลี่ยนจากการมุ่งเน้นพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างสมดุลระหว่าง "ความมั่นคงทางพลังงาน" (Energy Security) ราคาที่เข้าถึงได้ และความยั่งยืนเป็นโจทย์หลัก
- ก๊าซธรรมชาติ (LNG) กลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือสร้างความมั่นคงและให้ความยืดหยุ่นแก่ระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
- การเติบโตของ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้สร้างความต้องการไฟฟ้ามหาศาล กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปด้วยเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ
งาน Gastech 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 กำลังสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดพลังงานโลก
เมื่อโจทย์ “พลังงานสะอาด” ไม่ได้ถูกพูดถึงแยกออกจาก “ความมั่นคงทางพลังงาน” อีกต่อไป แต่กำลังถูกนำมาคิดรวมกับราคา ความสามารถในการจ่าย ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล
Gastech 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Where Global Energy Supply Meets Demand” โดยมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ทั้งภาครัฐ บริษัทพลังงาน นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยี
สะท้อนภาพว่าตลาดพลังงานกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันให้ลดการปล่อยคาร์บอน
โลกไม่ได้หยุดเปลี่ยนผ่าน แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิด
หนึ่งในประเด็นที่เห็นได้ชัดจากเวทีต่างๆ ภายในงาน คือการเปลี่ยนกรอบคิดจากการพูดถึง Energy Transition ในฐานะการเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว ไปสู่การออกแบบระบบพลังงานที่ต้องตอบโจทย์พร้อมกันทั้ง ความมั่นคง ราคา และความยั่งยืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดงานว่า พลังงานไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต โดยประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่าง Energy Security, Affordability และ Sustainability
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ Tengku Muhammad Taufik ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม PETRONAS ซึ่งกล่าวถึงแนวนโยบายพลังงานของประเทศในเอเชียว่า กำลังมีความเป็น “Pragmatic” หรือเน้นความเป็นจริงมากขึ้นในการออกแบบส่วนผสมพลังงาน
“Policymakers have moved to far more pragmatic approaches in deciding how the energy mix is built.” (ผู้กำหนดนโยบายได้หันมาใช้วิธีการที่เน้นความเป็นจริงในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น ในการตัดสินใจกำหนดสัดส่วนของแหล่งพลังงานต่างๆ)
ภาพที่เกิดขึ้นจากเวทีจึงไม่ได้สะท้อนว่าโลกกำลังถอยจาก Energy Transition แต่กำลังเปลี่ยนคำถามจาก “จะเปลี่ยนผ่านเร็วแค่ไหน” ไปสู่ “จะเปลี่ยนผ่านอย่างไรโดยไม่ทำให้ระบบพลังงานขาดเสถียรภาพหรือมีต้นทุนสูงเกินไป”
LNG กลับมาอยู่กลางสมการ Energy Security
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ยิ่งทำให้เรื่องการกระจายแหล่งพลังงานกลับมาเป็นโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะในตลาด LNG
Freeman Shaheen ประธาน Global Gas ของ Chevron ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการกระจายความเสี่ยง ทั้งด้านแหล่งจัดหาและรูปแบบสัญญาซื้อขาย LNG
“It just reinforces the need for diversity - diversity of supply and diversity of different contracting structures.” (“สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในเรื่องความหลากหลาย ทั้งในด้านแหล่งที่มาของอุปทานและรูปแบบสัญญา”)
ความหมายของคำว่า Energy Security จึงกำลังขยายจากการมีพลังงานเพียงพอ ไปสู่การมีแหล่งจัดหาที่หลากหลาย มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ และสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดโลกได้
ในมุมของผู้ซื้อ LNG การมีสัญญาระยะยาวอาจช่วยสร้างความมั่นคง ขณะที่การมีความยืดหยุ่นในการซื้อขายในตลาดโลกก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อความต้องการพลังงานของแต่ละภูมิภาคเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
Gas ไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในฐานะเชื้อเพลิง แต่คือ “ตัวช่วยความยืดหยุ่น”
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บทบาทของก๊าซธรรมชาติกำลังถูกอธิบายในบริบทใหม่ จากเดิมที่มักถูกมองว่าเป็นเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไปสู่บทบาทของแหล่งพลังงานที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า
Irtiza Sayyed ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JERA Global Energy Solutions ระบุว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะทำให้ความแตกต่างระหว่างช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงและต่ำเพิ่มขึ้น
“Further introduction of renewable energy will make the peaks and troughs also bigger.”
ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้ระบบสามารถรองรับช่วงที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าได้มากและช่วงที่ผลิตได้น้อย โดยมี LNG และก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถช่วยรักษาความยืดหยุ่นของระบบได้
สิ่งนี้ทำให้เห็นแนวโน้มใหม่ของ Energy Transition ที่ไม่ได้มองเชื้อเพลิงแต่ละประเภทแบบแยกขั้ว หากแต่กำลังออกแบบให้ LNG พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้า ทำงานร่วมกัน
AI กำลังเปลี่ยนสมการพลังงานโลก
หนึ่งในตัวแปรที่เข้ามาเปลี่ยนโจทย์พลังงานอย่างรวดเร็วคือ AI และ Data Center
การขยายตัวของ AI ทำให้ความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องกลับมาพิจารณาทั้งกำลังผลิตไฟฟ้า ระบบสายส่ง และแหล่งพลังงานที่จะรองรับโหลดใหม่
Harald Link ประธาน B.Grimm Power กล่าวถึงสถานการณ์ในเอเชียว่า การขยายตัวของ Data Center กำลังผลักดันให้หลายประเทศต้องลงทุนเพิ่มทั้งด้านการผลิตไฟฟ้าและระบบสายส่ง
“Every country gets a lot of data centers. That's why many countries invest in power generation and lines.” (ทุกประเทศต่างมีศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก นั่นคือเหตุผลที่หลายประเทศลงทุนในด้านการผลิตไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้า)
ประเด็นนี้ทำให้ Energy Transition มีโจทย์เพิ่มขึ้นอีกชั้น เพราะโลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าที่สะอาดขึ้นในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าทรงตัว
แต่กำลังทำเช่นนั้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของความต้องการไฟฟ้าจาก AI, Data Center, การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม
ดังนั้น การลงทุนในพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการลงทุนควบคู่ใน Grid, Storage และระบบบริหารจัดการพลังงาน
ไทยสะท้อนโจทย์เดียวกับโลก
ประเทศไทยเองกำลังเผชิญโจทย์เดียวกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง LNG ต้นทุนก๊าซ และค่าไฟฟ้า
นางสาวคณิตา สารทัตยา ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์ การพัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ระบุในงานว่า LNG มีสัดส่วนประมาณ 30% ของการผลิตไฟฟ้าไทยในปัจจุบัน และหากโครงสร้างยังไม่เปลี่ยนแปลง การพึ่งพา LNG อาจเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษหน้า
ทุกการเพิ่มขึ้นของราคา LNG ราว 3 ดอลลาร์ต่อ MMBtu อาจส่งผลให้ราคาไฟฟ้าไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ขณะที่ไทยยังพึ่งพาการนำเข้า LNG จากตลาด Spot ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ตลาดโลก
โจทย์ Energy Security ของไทยจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมีไฟฟ้าเพียงพอ แต่รวมถึงคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ไฟฟ้ามีต้นทุนแข่งขันได้ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของพลังงานนำเข้า
Hydrogen และพลังงานสะอาดเปลี่ยนจาก “ความหวัง” สู่โจทย์เชิงพาณิชย์
แม้ LNG และความมั่นคงทางพลังงานจะเป็นประเด็นเด่นในงาน แต่ Energy Transition ไม่ได้หายไปจาก Gastech 2026
งานมีทั้ง Hydrogen Theatre, Low Carbon Solutions Programme และ Electrification Strategic Programme โดยประเด็นหารือไม่ได้หยุดอยู่ที่ศักยภาพของเทคโนโลยี แต่ขยับไปสู่คำถามที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งต้นทุน การลงทุน ตลาด การสร้างห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการใช้งานจริง
สำหรับไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ คำถามสำคัญจึงเริ่มเปลี่ยนจาก “ทำได้หรือไม่” เป็น “ทำอย่างไรให้แข่งขันได้และเกิดการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม”
ขณะที่ประเทศไทยกำลังพิจารณาเทคโนโลยีหลากหลายเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ทั้งพลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน แอมโมเนีย Carbon Capture and Storage (CCS) ไปจนถึง SMR โดยมีโจทย์สำคัญคือการสร้างระบบพลังงานที่สามารถรองรับเศรษฐกิจในโลกจริงไปพร้อมกับการลดการปล่อยคาร์บอน
เงินลงทุนกำลังไหลไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน”
อีกสัญญาณหนึ่งจาก Gastech 2026 คือการที่เรื่อง Energy Transition กำลังเชื่อมต่อกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น
หนึ่งในเวที Energy Impact Theatre มีผู้บริหารจากบริษัทพลังงานในแอฟริกาและเอเชียหารือถึงเงื่อนไขที่จะทำให้โครงการพลังงานสามารถดึงดูดเงินทุนได้
Dr. Ainojie 'Alex' Irune กรรมการผู้จัดการ Oando Energy Resources อธิบายว่า เงินทุนจะเข้ามาเมื่อโครงการมีความ “Bankable” หรือมีเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นว่าโครงการสามารถเดินหน้าได้จริง โดยเฉพาะในแอฟริกา ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบภาครัฐล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ
“The capital availability is always referenced to bankability.”
คำกล่าวนี้สะท้อนอีกหนึ่งเทรนด์ของตลาดพลังงานโลกว่า การเปลี่ยนผ่านไม่ได้ต้องการเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องการ เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และตลาด ที่ทำงานไปด้วยกัน
จากเวทีพลังงานสู่การลงทุนจริง
ความเคลื่อนไหวในงานไม่ได้อยู่เพียงบนเวที เพราะผู้จัดงานระบุว่า ณ วันที่ 3 ของ Gastech 2026 มีการประกาศหรือความคืบหน้าของข้อตกลงและโครงการต่างๆ รวมมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้ง LNG โรงไฟฟ้า การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และการขนส่ง
ตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่ารวมของข้อตกลงที่ผู้จัดงานรวบรวม ไม่ได้หมายความว่าเงินลงทุนทั้งหมดถูกจ่ายหรือเกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นอีกสัญญาณว่าโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงานกำลังแปรเปลี่ยนเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจริง
Gastech 2026 เปิดภาพ “พลังงานโลกยุคใหม่”
เมื่อมองภาพรวมจากเวทีต่างๆ ของ Gastech 2026 สิ่งที่เห็นได้ชัดไม่ใช่การที่โลกเลือกระหว่าง LNG กับพลังงานหมุนเวียน แต่เป็นการพยายามสร้างระบบที่ทำให้พลังงานหลายรูปแบบสามารถทำงานร่วมกันได้
LNG ต้องตอบโจทย์ความมั่นคงและความยืดหยุ่น ขณะที่พลังงานหมุนเวียนต้องเพิ่มบทบาทโดยไม่สร้างความผันผวนให้ระบบไฟฟ้า Grid และ Storage ต้องขยายตัวเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้า และ AI กำลังกลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่รายใหม่
ขณะเดียวกัน Hydrogen, Ammonia และ CCS กำลังถูกผลักจากเวทีเทคโนโลยีไปสู่คำถามเรื่องต้นทุนและการใช้งานเชิงพาณิชย์
ภาพทั้งหมดจึงนำไปสู่สมการใหม่ของ Energy Transition ที่ซับซ้อนกว่าเดิม — พลังงานต้องมั่นคงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ราคาต้องแข่งขันได้ และต้องลดคาร์บอนไปพร้อมกัน
นี่อาจเป็นสารสำคัญที่สุดจาก Gastech 2026 เพราะโลกไม่ได้กำลังหยุดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่กำลังเรียนรู้ว่า การเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นจริง ต้องเดินไปพร้อมกับความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรองรับเศรษฐกิจยุค AI







