
ดุสิตขยายพอร์ตมาเลเซีย เปิด “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” ต.ค.นี้
ดุสิตเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในมาเลเซีย เปิด “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” 1 ต.ค.นี้ โรงแรม 268 ห้อง รับศักยภาพเมืองท่องเที่ยวอิโปห์
KEY
POINTS
- กลุ่มดุสิตธานีเตรียมเปิดโรงแรม “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” ที่เมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- การเปิดโรงแรมแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในมาเลเซีย ทำให้ดุสิตมีโรงแรมในประเทศเพิ่มเป็น 3 แห่ง
- โรงแรมนี้เป็นความร่วมมือกับบริษัท “พลีนิจูด เบอร์ฮัด” ของมาเลเซีย โดยตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ
กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในมาเลเซีย เตรียมเปิดให้บริการ “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” (Dusit Princess Ipoh) วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลังร่วมมือกับ “พลีนิจูด เบอร์ฮัด” (Plenitude Berhad) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และธุรกิจโรงแรม
การเปิดโรงแรมแห่งใหม่ทำให้ดุสิตมีโรงแรมแบรนด์ในมาเลเซียเพิ่มเป็น 3 แห่ง ต่อจากดุสิตปริ๊นเซส มะละกา และอาศัย กามูดา โคฟ สะท้อนทิศทางการขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมในตลาดต่างประเทศ
โดยเลือกทำเลที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและสามารถต่อยอดจากพันธมิตรท้องถิ่นได้
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์ ถือเป็นการนำแบรนด์ดุสิตเข้าสู่เมืองอิโปห์ เมืองหลวงของรัฐเประ ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ
อิโปห์ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 200 กิโลเมตร และเป็นเมืองที่เติบโตขึ้นจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก ก่อนพัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีเอกลักษณ์จากสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม ร้านกาแฟดั้งเดิม และย่านการค้าเก่าแก่
นอกจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแล้ว อิโปห์ยังเป็นจุดหมายด้านอาหารที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะติ่มซำและอิโปห์ไวท์คอฟฟี่ ขณะที่ภูมิประเทศโดยรอบมีภูเขาหินปูนและวัดถ้ำในหุบเขาคินตะ ซึ่งเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ทั้งนี้โรงแรมตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองอิโปห์ ติดกับสนามแข่งม้า Perak Turf Club และใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังใจกลางเมืองไม่ถึง 5 นาที
ส่วนสนามบินสุลต่านอัซลันชาห์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยสนามบินมีเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
“ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” มีห้องพักทั้งหมด 268 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท ตั้งแต่ห้องซูพีเรียร์ขนาด 25 ตารางเมตร ไปจนถึงแฟมิลี่สวีทขนาด 58 ตารางเมตร รองรับทั้งการเดินทางท่องเที่ยว การเดินทางเพื่อธุรกิจ รวมถึงการเข้าพักระยะยาว
ภายในโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง คิดส์คลับ ห้องซักรีดแบบบริการตนเอง ห้องพักสำหรับผู้พิการ ห้องละหมาด และฟิตเนส ขณะที่พื้นที่อาหารและเครื่องดื่มประกอบด้วยห้องอาหารที่ให้บริการตลอดวัน และล็อบบี้คาเฟ่
สำหรับตลาดประชุมและงานอีเวนต์ โรงแรมมีพื้นที่จัดงานรวมประมาณ 964 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องจัดงาน 3 ห้อง โดยห้องคินตะ บอลรูม สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 400 คน รองรับทั้งการประชุม สัมมนา งานเลี้ยง และกิจกรรมทางธุรกิจ
ด้านมาดามเอลซี ชัว ประธานกรรมการ บริษัท พลีนิจูด เบอร์ฮัด กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อและนำแบรนด์ดุสิตปริ๊นเซสเข้ามาบริหาร
ถือเป็นบทใหม่ของโรงแรมและพอร์ตธุรกิจโรงแรมของบริษัท โดยต้องการผสานมาตรฐานการบริการของแบรนด์ดุสิตเข้ากับเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นของอิโปห์ เพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อให้นักเดินทางเข้าถึงเมืองได้มากขึ้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์ของโรงแรมคือการพัฒนาโปรแกรม “Discover the Soul of Ipoh” เพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับกิจกรรมท้องถิ่น ทั้งการเดินชมย่านมรดก วัฒนธรรมอาหาร เส้นทางชิมอิโปห์ไวท์คอฟฟี่และขนมพื้นเมือง
การเยี่ยมชมสวนส้มโอและวัดถ้ำหินปูน รวมถึงเวิร์กช็อปเครื่องปั้นดินเผาลาบู ซายง ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมสำคัญของรัฐเประ
สำหรับการเปิดให้บริการ โรงแรมจัดข้อเสนอเริ่มต้นที่ 230 ริงกิตมาเลเซียต่อห้องต่อคืน พร้อมเครดิตอาหารและเครื่องดื่ม 50 ริงกิตต่อวัน สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2569 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด







