
วิกฤตการศึกษา! สมาร์ตโฟน-AI ทำทักษะการอ่านเด็กดิ่งสุดในรอบ 25 ปี
OECD เปิดเผยผลการประเมิน PISA ล่าสุดปี 2025 ชี้ทักษะการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กวัยรุ่นทั่วโลกดิ่งลงแตะระดับต่ำสุด
เด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับสมาร์ตโฟนกำลังมีทักษะการอ่านถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ปัญหานี้กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงมาตรฐานการศึกษาทั่วโลก โดยรายงานล่าสุดชี้ชัดว่า ยิ่งเด็กใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเท่าไร ผลการเรียนก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น
วิกฤตผลสอบ PISA 2025: ทักษะเด็กดิ่งต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2000
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียนมาตรฐานสากล (PISA) ประจำปี 2025 จากการทดสอบเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวน 760,000 คน ใน 91 ประเทศทั่วโลก ซึ่งพบข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
คะแนนเฉลี่ยทั้งด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อปี 2000 ได้แก่
- ทักษะการอ่าน: ลดลงจากจุดสูงสุด 501 คะแนน (เมื่อปี 2012) เหลือเพียง 466 คะแนน
- วิทยาศาสตร์: ลดลงจาก 506 คะแนน (เมื่อปี 2009) เหลือเพียง 486 คะแนน
- คณิตศาสตร์: ลดลงจาก 502 คะแนน (เมื่อปี 2009) เหลือเพียง 469 คะแนน
ประเด็นที่น่าตกใจคือ วัยรุ่นยุคนี้มีทักษะการอ่านโดยเฉลี่ยล้าหลังกว่าเด็กรุ่นก่อนในวัยเดียวกันถึง 1 ปีเต็ม
และที่น่าสังเกตคือ ปัญหาทักษะถดถอยนี้กลับเห็นได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่มีความพร้อมทางฐานะ
มาเธียส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการ OECD ระบุว่า "ข้อมูลด้านการอ่านชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับหน้าจอมาก และอ่านหนังสือเพื่อความสนุกสนานน้อยลงเท่าไร ผลการเรียนก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น"
เด็กยุคนี้มักมีพฤติกรรม "อ่านแบบผิวเผิน" คือใช้วิธีกวาดสายตาอ่านข้อความลวก ๆ แล้วรีบตอบคำถามโดยไม่วิเคราะห์ให้ดีก่อน พฤติกรรมนี้เองที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการเรียนรู้
แม้ว่า OECD จะไม่ได้เสนอให้โรงเรียนสั่งห้ามใช้สมาร์ตโฟนอย่างเด็ดขาด แต่ข้อมูลก็ระบุชัดเจนว่า ปัญหาอุปกรณ์ดิจิทัลดึงความสนใจ (Digital Distraction) ทำให้คะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็กนักเรียนลดลงถึง 59 จาก 82 ระบบการศึกษาทั่วโลก
- นักเรียนกว่า 1 ใน 4 ยอมรับว่าอุปกรณ์สื่อสารดึงสมาธิของเพื่อนร่วมชั้นไประหว่างเรียน
- เด็กใช้เวลาบนหน้าจอเพื่อความบันเทิงเฉลี่ย 3.4 ชั่วโมงต่อวัน และใช้เพื่อการเรียนอีก 3 ชั่วโมงต่อวัน
- หากเด็กใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเกิน 5 ชั่วโมงต่อวัน ผลการเรียนจะตกลงอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งใช้ "แชตบอต AI" ช่วยเรียน ผลสอบยิ่งแย่ลง?
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ นักเรียนเกือบครึ่งใช้ "แชตบอต AI" เป็นตัวช่วยเรียนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการร่างรายงาน สรุปเนื้อหา หรือค้นคว้าข้อมูล
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทางกัน เพราะกลุ่มนักเรียนที่พึ่งพา AI มีคะแนนสอบวิทยาศาสตร์ต่ำกว่ากลุ่มอื่นเฉลี่ยถึง 20 คะแนน ซึ่งคะแนนที่หายไปนี้เทียบเท่ากับการเสียเวลาเรียนรู้ไปฟรี ๆ ถึง 1 ปีเต็ม
เอเชียตะวันออกยังแกร่ง ครองแชมป์การศึกษาโลก
แม้ภาพรวมระดับโลกจะถดถอย แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดีเยี่ยม โดยกลุ่มเมืองจาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไต้หวัน ได้รับการจัดอันดับเป็นระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก
ขณะที่ฝั่งยุโรป มีเพียง สหราชอาณาจักรและเอสโตเนีย เท่านั้นที่สามารถแทรกตัวเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับแรกได้ครบทั้ง 3 ด้าน (การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์)
ผลการประเมิน PISA 2025 ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงผู้ปกครองและระบบการศึกษาทั่วโลก เทคโนโลยีอย่างสมาร์ตโฟนและ AI แม้จะมีประโยชน์หากใช้เป็นเครื่องมือ
แต่หากขาดการควบคุมความเหมาะสมและระยะเวลาการใช้งาน สิ่งเหล่านี้ก็พร้อมจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนทักษะการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว







