posttoday
มาเลเซียอ่วม! Data Center ซดไฟหนักช่วงหน้าร้อน รัฐเร่งแก้เกม

มาเลเซียอ่วม! Data Center ซดไฟหนักช่วงหน้าร้อน รัฐเร่งแก้เกม

09 กันยายน 2569

อากาศร้อนดันยอดใช้ไฟ Data Center มาเลเซียพุ่งทุบสถิติ รัฐบาลเร่งแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ รองรับทุนยักษ์ Amazon-Microsoft

อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในมาเลเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

รัฐบาลมาเลเซียเร่งรับมือโดยเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติอีก 9 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2575 เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon และ Microsoft โดยยืนยันว่าระบบสายส่งยังมีเสถียรภาพและไม่ขาดแคลนไฟฟ้า

 

มาเลเซียอ่วม! Data Center ซดไฟหนักช่วงหน้าร้อน รัฐเร่งแก้เกม

อากาศร้อนจัดดันยอดใช้ไฟฟ้า Data Center พุ่งทำสถิติ

 

สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังเป็นความท้าทายใหม่ของประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะต่อ อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง ระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้ในปริมาณมหาศาลเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของเซิร์ฟเวอร์

 

ซิติ ซาฟินาห์ ซัลเลห์ (Siti Safinah Salleh) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมาเลเซีย (Energy Commission) เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า

 

  • ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ พุ่งแตะระดับ 9.3% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ

 

  • ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีที่อยู่ในระดับ 7%

 

  • นอกจากนี้ ภัยแล้งและความร้อนยังส่งผลให้ระดับน้ำในเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดต่ำลงอย่างมาก (คาดว่าสภาพอากาศร้อนจัดจะบรรเทาลงในช่วงต้นเดือนกันยายน)

 

"ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุขึ้น ทำให้ระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องดึงพลังงานไปใช้มากขึ้นมหาศาล" – ซิติ ซาฟินาห์ ซัลเลห์

 

 

คาดปี 2578 ศูนย์ข้อมูลอาจกินไฟถึง 31%

 

แนวโน้มการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลในมาเลเซียไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ซาฮาริน ซุลกิฟลี (Zaharin Zulkifli) รองผู้อำนวยการฝ่ายสถิติและวิจัยเศรษฐกิจของคณะกรรมการฯ ได้ประเมินสถานการณ์ในอนาคตไว้ว่า ภายในปี 2578 กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์อาจใช้ไฟกินสัดส่วนสูงถึง 31% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ในพื้นที่คาบสมุทรมาเลเซีย

 

แผนรับมือของรัฐบาล ดันโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 

 

เพื่อรองรับการเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค อัคมาล นาสเซอร์ (Akmal Nasir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ได้กำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่

 

  1. เพิ่มกำลังการผลิต: จัดหาพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเข้ามาเสริมในระบบอีก 9 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2575
  2. เปลี่ยนผ่านพลังงาน: ทยอยลดการพึ่งพาพลังงานถ่านหิน โดยมีเป้าหมายปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายภายในปี 2587
  3. การจัดการระยะสั้น: เนื่องจากยังไม่มีโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่เข้าระบบในช่วงปีนี้และปีหน้า รัฐบาลจะใช้วิธี "ปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพ" (Optimise) โรงไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่ เพื่อรับมือความต้องการไปจนถึงสิ้นปี 2570

 

ปัจจุบัน มาเลเซียประสบความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Amazon และ Microsoft ข้อได้เปรียบสำคัญคือการมี "แหล่งก๊าซธรรมชาติสำรอง" ภายในประเทศ

 

ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าตอบสนองความต้องการได้ทันที ซึ่งสวนทางกับภาพรวมของภูมิภาคที่การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซกำลังชะลอตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในอิหร่านที่กระทบต่อการนำเข้าก๊าซ LNG

 

ด้านภาคเอกชนยังคงเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย แกรี โกห์ (Gary Goh) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Sprint DC Consulting ยืนยันว่ามาเลเซียจะไม่เผชิญภาวะขาดแคลนไฟฟ้าอย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

“นภินทร” ปรับบทบาท สสว.สู่ คลังสมอง หนุนงบทุกหน่วยงาน ดัน SME สู่เวทีโลก

“นภินทร” ปรับบทบาท สสว.สู่ คลังสมอง หนุนงบทุกหน่วยงาน ดัน SME สู่เวทีโลก