
LHMH ลงทุน 4,300 ล้าน ปั้น Voyage พัทยา ดันรายได้ 8 พันล้าน
LHMH เปิด Grande Centre Point Voyage Pattaya มูลค่า 4,300 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 1,300 ล้านบาท ดันรายได้กลุ่มโรงแรมแตะ 8,000 ล้านบาท
KEY
POINTS
- LHMH ทุ่มงบลงทุน 4,300 ล้านบาท พัฒนาโครงการ "แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา" โรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ชูแนวคิด Integrated Destination ที่มีทั้งสวนน้ำและศูนย์ประชุม เตรียมเปิดให้บริการตุลาคม 2569
- โครงการนี้วางตำแหน่งเป็น Themed Hotel เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัว นักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาด MICE โดยสร้างความแตกต่างจากโรงแรมอีก 2 แห่งของกลุ่มในพัทยา
- การเปิดตัวโรงแรมใหม่นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะผลักดันให้รายได้รวมของกลุ่มโรงแรม LHMH ในปี 2569 เติบโตสู่เป้าหมาย 8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่
บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) เดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว ทุ่มงบลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท
เปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” (Grande Centre Point Voyage Pattaya) โรงแรมแห่งที่ 10 ของกลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ และเป็นแห่งที่ 3 ในพัทยา
วางตำแหน่งเป็นโรงแรมในกลุ่ม Limited Collection ที่เน้นรูปแบบโรงแรมตามธีม (Themed Hotel) พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือนตุลาคม 2569
LHMH วางแนวคิด “The Borderless Journey” พัฒนาโรงแรมให้เป็นมากกว่าที่พัก ด้วยการรวมพื้นที่พักผ่อน ความบันเทิง สวนน้ำ เวลเนส ร้านอาหาร และพื้นที่ประชุมและจัดอีเวนต์ไว้ในโครงการเดียว หรือรูปแบบ Integrated Destination
เพื่อรองรับทั้งกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาด MICE พร้อมเป้าหมายยกระดับพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสำหรับครอบครัวและการจัดประชุม
สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องการกลับมาอีกครั้ง
ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ การให้ความสำคัญกับคุณภาพ การออกแบบประสบการณ์ การนำการบริการแบบไทยมาผสานมาตรฐานสากล และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ในแต่ละโครงการ
สำหรับ Grande Centre Point Voyage Pattaya บริษัทไม่ได้มองโครงการเป็นเพียงโรงแรมสำหรับการพักผ่อน แต่ต้องการสร้างประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั้งความบันเทิง เวลเนส กิจกรรมสำหรับครอบครัว และการประชุมระดับสากล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์โรงแรมไทยในตลาดโลก
พัทยา 3 โรงแรม ชูจุดขายต่างกัน
กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า Grande Centre Point Voyage Pattaya พัฒนาบนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตร และเป็นโครงการที่เข้ามาต่อยอดความสำเร็จของโรงแรมเดิมในพัทยา
ปัจจุบัน Grande Centre Point Pattaya และ Grande Centre Point Space Pattaya มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยมากกว่า 90%
บริษัทวางตำแหน่งโรงแรมทั้ง 3 แห่งให้มีจุดขายแตกต่างกันและสามารถเสริมกันได้ โดย Grande Centre Point Pattaya เน้นความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อกับศูนย์การค้า
ขณะที่ Grande Centre Point Space Pattaya เน้นประสบการณ์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเด็ก
ส่วน Voyage จะขยับขึ้นมาเป็น Integrated Destination ที่รวมองค์ประกอบด้านการท่องเที่ยวไว้ในพื้นที่เดียว และรองรับตลาด MICE ระดับสากล
LHMH ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักของ Voyage ในปีแรกที่ 75-80% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 90-95% ในช่วงไฮซีซัน
ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยคาดว่าจะสูงกว่าโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วไปในพื้นที่ประมาณ 15-20%
บริษัทตั้งเป้ารายได้ของ Voyage ในปีแรกที่ 1,300 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 7 ปี โดยมีสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ค่าห้องพัก (Non-Room Revenue) ราว 30% ซึ่งบริษัทมองว่าจะช่วยสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคมนี้ ยังถูกวางให้เป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจโรงแรม LHMH ในปี 2569
บริษัทคาดว่ารายได้รวมของกลุ่มโรงแรมจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 35% จากปีก่อน และทำสถิติสูงสุดใหม่
นอกจากโครงการในพัทยา LHMH ยังมีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ” มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2571
เจาะตลาดครอบครัว-ต่างชาติ สร้างรายได้จากประสบการณ์
เมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า
Voyage ถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel ภายใต้แนวคิด “The Borderless Journey” เพื่อรองรับแนวโน้มการเดินทางแบบหลายเจเนอเรชัน (Multi-Generational Travel) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลัก
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายครอบคลุมนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูง ทั้งครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน รวมถึงกลุ่มสัมมนาและนักเดินทางที่ผสมผสานการทำงานกับการท่องเที่ยว (Bleisure & MICE) ตลอดจนตลาด Staycation และ Long-Stay
ด้านกลยุทธ์การตลาด LHMH จะใช้การสร้างเรื่องราวของแบรนด์ ตัวละคร และประสบการณ์ภายในโรงแรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความผูกพันกับลูกค้า
โดยออกแบบตัวละคร 12 Guardians และจักรวาล Xentier เชื่อมโยงประสบการณ์ตั้งแต่ห้องพัก กิจกรรมสำหรับครอบครัว ภาพยนตร์แอนิเมชัน ไปจนถึงสินค้าและของสะสม
บริษัทยังตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าในปีแรกเป็นตลาดไทย 65% และต่างชาติ 35% โดยเน้นตลาดเอเชีย ยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวีย และตะวันออกกลาง เพื่อกระจายฐานลูกค้าและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ
494 ห้อง-สวนน้ำ 2 หมื่น ตร.ม. เจาะทุกเจเนอเรชัน
กิตติพงษ์ วงค์วาร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา กล่าวว่า จุดขายสำคัญของโครงการคือการออกแบบพื้นที่ให้รองรับนักเดินทางหลายช่วงวัย
ทั้งนี้โรงแรมมีห้องพักและห้องสวีททั้งหมด 494 ห้อง และทุกห้องสามารถชมวิวทะเลได้
ไฮไลต์สำคัญคือ “Time Traveller Water Park” สวนน้ำขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 2 ธีม ได้แก่ Lost World ซึ่งจำลองโลกการผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์ และ Tomorrow Land ที่นำเสนอโลกแห่งอนาคต เชื่อมพื้นที่ผ่าน Lazy River, Cave Trail, Skywalk และ Time Tunnel
ภายในโครงการยังมีพื้นที่ความบันเทิง เช่น Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า, Midnight Nebula เกมรูมขนาดเกือบ 1,000 ตารางเมตร, Rainbow Ville Kids Club และ The Sand Theatre สำหรับกิจกรรมและภาพยนตร์แอนิเมชันสำหรับเด็กและครอบครัว
ด้านเวลเนสมี “Crimson Canyon Wellness” พื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายและพื้นที่ฝึกหลายรูปแบบ รวมถึงมวยไทย ห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และจากุซซี่วิวทะเล
ส่วนตลาด MICE มี “Halo Convention Centre” ศูนย์ประชุมแบบไร้เสากลาง (Pillarless) เพดานสูง 8 เมตร พร้อมจอ LED ขนาด 28.5 x 5.5 เมตร รวมถึงห้องประชุมและพื้นที่จัดงานกลางแจ้ง รองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุดเกือบ 1,600 คน
ด้านอาหารและเครื่องดื่มมีทั้งหมด 9 ห้องอาหารและบาร์ โดยหนึ่งในไฮไลต์คือ Chef Man Seafood ร้านอาหารจีนกวางตุ้งที่นำมาพัฒนาในรูปแบบอาหารทะเลสำหรับตลาดพัทยา
ขณะที่ Blue Atlantis Rooftop Restaurant ตั้งอยู่บนชั้น 33 และ The Portrait of Voyage Sky Bar เน้นประสบการณ์ชมวิวเมืองและพระอาทิตย์ตกของพัทยา
LHMH ระบุว่า Grande Centre Point Voyage Pattaya จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569
บริษัทคาดว่าโครงการจะเข้ามาเพิ่มความหลากหลายของรายได้จากธุรกิจโรงแรม และเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายพอร์ตโฟลิโอเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวพัทยาในระยะยาว







