posttoday
ดีป้าเร่งเกษตรดิจิทัล ดัน OTOD #3 สู่ Smart Agriculture มูลค่า 500 ล้าน

ดีป้าเร่งเกษตรดิจิทัล ดัน OTOD #3 สู่ Smart Agriculture มูลค่า 500 ล้าน

26 สิงหาคม 2569

ดีป้าเผยผล OTOD #3 เดินหน้าสู่ Smart Agriculture ครอบคลุม 8 จังหวัด ผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน หนุนเกษตรกรใช้ดิจิทัลลดต้นทุน สร้างมูลค่า 500 ล้าน

KEY

POINTS

  • ดีป้าดำเนินโครงการ OTOD #3 ใน 8 จังหวัด เพื่อผลักดันภาคเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
  • โครงการได้พัฒนาทักษะเกษตรกรกว่า 1,500 คน สนับสนุนกลุ่มชุมชนและสตาร์ทอัพ 363 ราย และสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในระบบนิเวศเกษตรดิจิทัล
  • คาดว่าโครงการจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติได้รับความสนใจสูงสุด

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ประกาศความสำเร็จโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3)

 

เดินหน้าผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร ครอบคลุม 8 จังหวัด พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลที่เชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ
 

เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการเปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรรูปแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพผลผลิต

 

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)

ดีป้าเร่งเกษตรดิจิทัล ดัน OTOD #3 สู่ Smart Agriculture มูลค่า 500 ล้าน

ปั้นทักษะเกษตรดิจิทัล 8 จังหวัด

 

ตลอดการดำเนินโครงการ ดีป้าจัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ใน 8 จังหวัด

 

ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัล เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยีกับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่

 

กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมพัฒนาทักษะเข้มข้นกว่า 1,500 คน ขณะที่การสร้างความตระหนักรู้ด้านเทคโนโลยีมีจำนวนมากกว่า 3.5 ล้านครั้งทั่วประเทศ

 

สะท้อนความสนใจของภาคเกษตรต่อการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน

 

นอกจากการพัฒนาทักษะแล้ว OTOD #3 ยังเปิดให้กลุ่มชุมชน วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกเพื่อรับการสนับสนุน

 

มีผู้สมัครมากกว่า 1,000 ราย ก่อนคัดเลือกผู้ได้รับการสนับสนุน 2 กลุ่ม รวม 363 ราย

 

แบ่งเป็น d-community จำนวน 330 ราย สำหรับส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร และ d-startup จำนวน 33 ราย เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีการเกษตร ทั้งด้านการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และดูแลเทคโนโลยีในพื้นที่
ดีป้าเร่งเกษตรดิจิทัล ดัน OTOD #3 สู่ Smart Agriculture มูลค่า 500 ล้าน

ระบบจัดการแปลงเกษตรมาแรง

 

ข้อมูลจากโครงการพบว่า เทคโนโลยีที่มีผู้สมัครเข้าร่วมสูงสุดคือระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ คิดเป็น 86% รองลงมาคือโดรนเพื่อการเกษตร 13% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 1%

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจชุมชนที่ให้บริการด้านดิจิทัลมีความสนใจโดรนเพื่อการเกษตรมากที่สุด 67% ตามด้วยระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ 24% และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ 9%

 

ดีป้าคาดว่า OTOD #3 จะสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 500 ล้านบาท สะท้อนว่าการนำเทคโนโลยีลงสู่พื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนอุปกรณ์ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้เทคโนโลยีสามารถนำไปใช้จริงในภาคการเกษตร

 

เชื่อมเครือข่ายตั้งแต่เกษตรกรถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยี

 

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญของโครงการคือการสร้างระบบนิเวศเกษตรดิจิทัล (Digital Agriculture Ecosystem) ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตเทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่

 

ระบบนิเวศดังกล่าวเชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการดิจิทัล ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อให้การนำเทคโนโลยีไปใช้สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว

 

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า OTOD #3 สะท้อนจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยเห็นการทำงานร่วมกันของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน

 

เครือข่ายดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะยาว

 

ดร.ศุภกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ดีป้าจะเดินหน้าต่อยอดผลลัพธ์ของโครงการ โดยติดตามผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ ขยายเครือข่ายเกษตรดิจิทัลทั่วประเทศ พัฒนาผู้ประกอบการดิจิทัลไทย และผลักดันต้นแบบที่ประสบความสำเร็จให้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

 

พร้อมสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และองค์ความรู้ด้านเกษตรดิจิทัลให้ครอบคลุมมากขึ้น

 

OTOD #3 จึงไม่ได้จบลงเพียงการสนับสนุนเทคโนโลยี แต่เป็นการวางรากฐานเครือข่ายเกษตรดิจิทัลระดับประเทศ

 

มุ่งให้เทคโนโลยีเป็นมากกว่าเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
 

ข่าวล่าสุด

“เอกนิติ” ยันกู้เงินพลังงานเท่าที่ใช้จริง ไม่ตีเช็คเปล่า

“เอกนิติ” ยันกู้เงินพลังงานเท่าที่ใช้จริง ไม่ตีเช็คเปล่า