
LEPAS ชู Elegant Technology ยกระดับการเดินทางยุคพลังงานใหม่
LEPAS เปิดแนวคิด Elegant Technology ชูแพลตฟอร์ม LEX รองรับ BEV-PHEV พร้อมเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะและระบบความปลอดภัย
KEY
POINTS
- LEPAS นำเสนอแนวคิด "Elegant Technology" ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ LEX ที่รองรับยานยนต์พลังงานใหม่ทั้งแบบไฟฟ้า (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) พร้อมสถาปัตยกรรมที่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์และเพิ่มฟังก์ชันได้ในอนาคต
- เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเน้นประสิทธิภาพสูง ชาร์จเร็ว และทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย ขณะที่ระบบไฮบริดมุ่งเน้นการเดินทางระยะไกลเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
- ยกระดับความปลอดภัยด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มตามมาตรฐาน Euro NCAP ปี 2026 และระบบป้องกันแบตเตอรี่ที่ปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทาง
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกสู่รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่จาก Chery Auto เดินหน้าวางตำแหน่งแบรนด์ผ่านแนวคิด “Elegant Technology” หรือเทคโนโลยีที่ผสานสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้ากับประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวัน
หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวคือแพลตฟอร์มอัจฉริยะ LEX ซึ่ง LEPAS พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
รวมถึงตัวถังรถยนต์หลายขนาด เพื่อให้สามารถปรับใช้กับความต้องการของตลาดและรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
แพลตฟอร์ม LEX มาพร้อมสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEA) ที่ใช้ตัวควบคุมโดเมนแบบรวมศูนย์และระบบอีเทอร์เน็ตยานยนต์ระดับกิกะบิต เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการรับคำสั่งจากผู้ขับขี่และการควบคุมรถ
โดย LEPAS ระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้รถมีการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ การเบรกที่นุ่มนวล และควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวถังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกจุดเด่นของแพลตฟอร์มคือการออกแบบให้สามารถพัฒนาและเพิ่มความสามารถของรถได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรองรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ Level 2 และมีแผนเปิดใช้งานระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (Highway NOA) ภายในปีนี้
ขณะเดียวกัน LEPAS เตรียมนำระบบจอดรถอัจฉริยะขั้นสูง Super Intelligent Valet Parking (SIVP) มาใช้ในรถยนต์บางรุ่นและบางตลาด โดยระบบรองรับการจอดในพื้นที่จำกัด การนำทางอัตโนมัติภายในอาคารจอดรถ และการจอดรถแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
นอกจากนี้ ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศแบบเต็มโดเมน (Full-domain OTA) ยังช่วยให้สามารถปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชันการทำงานของรถได้ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบเดิมเพียงอย่างเดียว
ชูเทคโนโลยี BEV รองรับการเดินทางหลากหลายสภาพแวดล้อม
สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า LEPAS ระบุว่า รถ BEV มาพร้อมชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ 12-in-1 ซึ่งมีประสิทธิภาพระบบสูงสุด 90.8% ขณะที่เซลล์แบตเตอรี่มีความหนาแน่นพลังงาน 186 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม
แบตเตอรี่รองรับการชาร์จเร็วจากระดับ 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที และสามารถทำงานในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -25 ถึง 55 องศาเซลเซียส โดย LEPAS ระบุว่าการพัฒนาในลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
ส่วนรถ PHEV ใช้ระบบ LEPAS Super Hybrid ซึ่งมุ่งเน้นการผสานการส่งกำลังที่ต่อเนื่องเข้ากับระยะทางการเดินทางที่ไกลขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล
LEPAS ยังระบุว่าแพลตฟอร์ม LEX มีการปรับจูนระบบให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ในแต่ละภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างกำลัง ระยะทางการขับขี่ และการควบคุมรถ เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่มีความสม่ำเสมอในตลาดต่างๆ
ยกระดับความปลอดภัย รับสภาพอากาศเขตร้อน
ด้านความปลอดภัย LEPAS ระบุว่าแพลตฟอร์ม LEX ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP ปี 2026 ในส่วนของระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน
โดยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ผ่านการทดสอบในสถานการณ์จำลองมากกว่า 1,200 รูปแบบ ครอบคลุมสถานการณ์ เช่น การเปลี่ยนเลน การตัดผ่านการจราจร และการขับขี่ในสภาพทัศนวิสัยต่ำ
ระบบตรวจจับผู้ขับขี่ (DMS) ได้รับการพัฒนาให้รองรับ 25 จุดตรวจจับ ขณะที่ระบบปลดล็อกสำรอง 4 ชั้นได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มทางเลือกในการช่วยเหลือผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
ในส่วนของแบตเตอรี่ขับเคลื่อน LEPAS ระบุว่ามีมาตรฐานการป้องกันระดับ IP68 และ IPX9K พร้อมระบบป้องกันการลุกลามความร้อน (Thermal Runaway) ที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับตลาดเขตร้อน
LEPAS มองว่า “Elegant Technology” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขสมรรถนะหรือข้อมูลทางเทคนิค แต่ต้องสามารถแปลงเทคโนโลยีให้เป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้จริง ทั้งความนุ่มนวลในการขับขี่ ความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และความปลอดภัย
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว LEPAS วางองค์ประกอบแบรนด์ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ Leopard Aesthetics (สุนทรียะแห่งเสือดาว), Elegant Technology (เทคโนโลยีอันสง่างาม) และ Exquisite Space (พื้นที่ใช้สอยอันประณีต) โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาแบรนด์สู่ “แบรนด์อันดับหนึ่งเพื่อไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม”
ปัจจุบัน LEPAS ระบุว่ามีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการทั่วโลกมากกว่า 500 แห่ง และอยู่ระหว่างการขยายการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศผ่านแนวทางการปรับผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่







