posttoday
เอกนิติ ชี้ลงทุนโต 2 หลัก สัญญาณดี เร่งคว้าโอกาสย้ายฐานผลิต ดันไทยกลับมาแกร่งในเอเชีย

เอกนิติ ชี้ลงทุนโต 2 หลัก สัญญาณดี เร่งคว้าโอกาสย้ายฐานผลิต ดันไทยกลับมาแกร่งในเอเชีย

26 สิงหาคม 2569

“เอกนิติ” ชูลงทุนไทยโต 14% ไตรมาส 2 สูงสุดรอบกว่า 10 ปี ชี้รัฐ-เอกชนต้องร่วมขับเคลื่อน ใช้ตลาดทุนส่งผ่านเงินลงทุน ดันเศรษฐกิจโต

KEY

POINTS

  • การลงทุนของไทยกลับมาขยายตัวในระดับเลขสองหลักติดต่อกัน 2 ไตรมาส โดยไตรมาสล่าสุดเติบโต 14% ซึ่งสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี
  • รัฐบาลชี้เป็นจังหวะสำคัญที่ไทยต้องคว้าโอกาสจากการที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องการย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง
  • ภาครัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนผ่านการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลัง เพื่อรองรับการลงทุนและยกระดับประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงภาพรวมและทิศทางเศรษฐกิจไทยในงาน “Thailand Focus 2026” ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจังหวะสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านและยกระดับประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งในเอเชียอีกครั้ง โดยการลงทุนจริงที่กลับมาเติบโตเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าไทยกำลังกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุน 

 

นายเอกนิติกล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาบริหาร การลงทุนของไทยกลับมาขยายตัวในระดับ 2 หลักต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยล่าสุดการลงทุนในไตรมาส 2 ขยายตัว 14% สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี สะท้อนว่าการลงทุนจริงกำลังกลับมา และเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย

 

การลงทุนไม่ได้มีความหมายเพียงการช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่มีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว เพราะที่ผ่านมาไทยไม่ได้มีการลงทุนเติบโตในระดับสูงมานาน ทำให้เศรษฐกิจต้องพึ่งพาการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ขณะที่การลงทุนจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างฐานการเติบโตใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย

 

สำหรับแนวคิด Reignite Thailand นายเอกนิติกล่าวว่า ต้องการ "กระตุก” ให้ทั่วโลกเห็นว่า ประเทศไทยยังอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุน และมีศักยภาพรองรับการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่การผลิตกำลังเปลี่ยนแปลง โดยสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น คือการรักษาเสถียรภาพของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจภายในและภายนอก รวมถึงเสถียรภาพด้านการคลังและการเงิน เพื่อให้ไทยมีรากฐานที่แข็งแรงและสามารถรองรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลกได้

 

“ผมได้บอก Investor จริงๆ ให้ดูจากตัวเลขจริงๆ และดูเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ทั้งการคลังและการเงิน เพื่อเป็นรากฐานให้เศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่ดี อย่างน้อยเรามีรากฐานที่เหนียวแน่นคอยรองรับว่าโลกมีช็อกต่าง ๆ เราก็ยังสามารถทำนโยบายต่างๆ ได้”

 

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนการลงทุนไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยภาครัฐต้องสร้างระบบและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ขณะที่ภาคเอกชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นจริง

 

นายเอกนิติกล่าวว่า ประเทศไทยเคยได้รับประโยชน์จากการลงทุนครั้งใหญ่ในช่วงปี 2528-2529 งเป็นยุคที่ไทยได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่จนเกิดอุตสาหกรรมใหม่มากมาย และช่วยวางรากฐานเศรษฐกิจไทย และปัจจุบันสถานการณ์ในโลกกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อความขัดแย้งระหว่างประเทศทำให้ภาคธุรกิจต้องการกระจายความเสี่ยงและมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่

 

“วันนี้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อโลกมีความขัดแย้ง ภาคธุรกิจต้องการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เราต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ ด้วยการสร้างระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยให้เข้มแข็ง เพราะตลาดทุนจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านเงินทุน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนไทยให้เติบโตขึ้น นี่คือหัวใจสำคัญที่ตั้งใจมาพูดกับนักลงทุนในวันนี้ว่า ประเทศไทยอยู่ในจุดที่สามารถเปลี่ยนผ่านและยกระดับตัวเองกลับมาเป็นประเทศที่แข็งแกร่งในเอเชียได้”

 

ทั้งนี้ ตลาดทุนจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งผ่านเงินทุนไปยังภาคเศรษฐกิจ ทั้งการสนับสนุนการลงทุนของธุรกิจไทยและการรองรับเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้เงินทุนสามารถเข้าสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและช่วยขยายการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

 

ดังนั้น เป้าหมายของ Reignite Thailand จึงไม่ได้อยู่ที่การดึงเงินลงทุนเข้าประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อรองรับเงินลงทุนใหม่และส่งต่อไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานให้ประเทศไทยกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

 

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) เตรียมผลักดันการจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแลการลงทุน Data Center ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยและสอดคล้องกับศักยภาพด้านพลังงาน โดยจะครอบคลุมผู้ประกอบการทุกกลุ่มทุน ทั้งโครงการที่ดำเนินการแล้ว โครงการที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง และโครงการใหม่ โดยคาดว่าจะมีการประชุมเพื่อสรุปหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนภายในสิ้นปี 2569

ข่าวล่าสุด

เอกฉันท์! กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย 1% เศรษฐกิจโตต่ำ-ไม่ทั่วถึง

เอกฉันท์! กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย 1% เศรษฐกิจโตต่ำ-ไม่ทั่วถึง