posttoday
เอกนิติ สั่งรื้อยุทธศาสตร์ Data Center เน้นคุ้มค่าศก.-ผลประโยชน์ชาติ ทบทวนสิทธิประโยชน์ลงทุน

เอกนิติ สั่งรื้อยุทธศาสตร์ Data Center เน้นคุ้มค่าศก.-ผลประโยชน์ชาติ ทบทวนสิทธิประโยชน์ลงทุน

18 สิงหาคม 2569

รองนายกฯ สั่งทบทวนนโยบายลงทุน Data Center รื้อสิทธิประโยชน์ใหม่ เน้นคุ้มค่าเศรษฐกิจไทย พร้อมตั้งระบบกำกับดูแลร่วมหลายกระทรวง คุมผลกระทบด้านทรัพยากร

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สั่งให้ทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งเน้นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ที่ประเทศและคนไทยจะได้รับเป็นสำคัญ
  • จะมีการทบทวนมาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์ที่ให้แก่นักลงทุนใหม่ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น โดยคำนึงถึงต้นทุนด้านทรัพยากรของประเทศ เช่น ไฟฟ้าและน้ำ
  • แนวทางใหม่จะประเมินผลตอบแทนที่ไทยได้รับจากการลงทุนอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ การวิจัยและพัฒนา และการสร้างงานที่มีคุณภาพ

อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย แต่การดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ย่อมมาพร้อมต้นทุนด้านทรัพยากร ทั้งไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาครัฐเริ่มหันกลับมาทบทวนว่า การลงทุนที่เข้ามานั้นสร้างผลตอบแทนและประโยชน์ให้ประเทศคุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องจัดสรรหรือไม่

 

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ได้สั่งการให้ทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศไทยใหม่ทั้งหมด หลังจากมีหลายฝ่ายแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งการใช้ทรัพยากรภายในประเทศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

การทบทวนครั้งนี้จะให้น้ำหนักกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจากการเป็นฐานของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยต้องพิจารณาว่าการลงทุนจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและคนไทยมากน้อยเพียงใด ควบคู่กับการพิจารณาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ

 

“ผมให้ทบทวน ใหม่ทั้งหมด โดยให้พิจารณาถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจากการเป็นฐานการลงทุนของไทย โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่จะตกอยู่กับคนไทย ควบคู่กับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร ทั้งน้ำและไฟฟ้า รวมถึงจะมีการทบทวนมาตรการจูงใจ หรือสิทธิประโยชน์ที่รัฐให้เพื่อดึงดูดการลงทุนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น”
 

ทั้งนี้ การทบทวนมาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์ดังกล่าว จะต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบ เพื่อรองรับการลงทุนและต่อยอดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 

สำหรับการกำกับดูแลหลังจากนี้ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเข้ามาวางมาตรฐานและดูแลผลกระทบในภาพรวม โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าและน้ำ การเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

 

โดย คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะพิจารณาประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากภารกิจของ BOI โดยมีผู้แทนจาก BOI กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้ามาร่วมกำกับดูแล เพื่อให้การบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นไปในภาพรวมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ

 

“คณะกรรมการฯ ชุดนี้จะเข้ามาดูยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ โดยจะพิจารณาในมิติที่นอกเหนือจากสิ่งที่ BOI ดำเนินการอยู่ และรัฐบาลเน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่ากับเศรษฐกิจ รวมถึงผลประโยชน์ที่จะตกอยู่กับคนไทยเป็นสำคัญ” 

 

ด้านนายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยในระยะต่อไป ต้องมองให้ไกลกว่าเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าประเทศ โดยต้องประเมิน ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) ว่าเมื่อเทียบกับทรัพยากรและสิทธิประโยชน์ที่ประเทศจัดสรรให้แล้ว ไทยได้รับความคุ้มค่ากลับมามากน้อยเพียงใด


 

ที่ผ่านมา BOI ให้ความสำคัญกับการพิจารณาเรื่องไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการประเมินทั้งทรัพยากรที่ประเทศไทยต้องจัดสรรให้กับนักลงทุน และความสามารถของผู้ลงทุนในการบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านี้

 

แต่โจทย์สำคัญที่ต้องเพิ่มน้ำหนักจากนี้ คือ “ประเทศไทยได้อะไรกลับมา” จากการลงทุน ไม่ใช่เพียงการมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI หรือระบบดิจิทัลที่ดีขึ้น แต่ต้องดูถึงการถ่ายทอดและพัฒนาความรู้ การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) การใช้ Local Content การเชื่อมโยงกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ไทย รวมถึงการสร้างงานที่มีคุณภาพ

 

“กรอบแนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แบบใหม่ของประเทศไทย ไม่ใช่แบบเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่ว่านักลงทุนเอาเงินมาลงทุนแล้วจบกันไป แต่หลังจากนี้ต้องตอบให้ได้ว่าให้อะไรกับประเทศไทยเพิ่มเติม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอย่างไร จากสิ่งที่ไทยต้องเสียสละไป ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษี สิทธิในที่ดิน รวมถึงทรัพยากรอย่างน้ำและไฟฟ้า”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร