
CAAT รับปี 69 การบินฟื้นช้า ชู MRO-คาร์โก้ ดันไทยฮับการบินโลก
CAAT เผยวิตกวิกฤตน้ำมันปี 69 ทำการบินฟื้นตัวช้า เร่งลุย MRO สุวรรณภูมิ-ลดคอขวดคาร์โก้ พร้อมเป็นเจ้าภาพ ICAO AAM 2026 ชู Bangkok Statement ดันกฎหมายโดรนระดับโลก
KEY
POINTS
- กพท. คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิดได้ช้ากว่าเป้าหมายเดิมในปี 2569 เนื่องจากวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
- เพื่อรับมือกับวิกฤตและผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน กพท. ได้ชูนโยบายหลัก 2 ด้าน คือ การพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และการปฏิรูประบบขนส่งสินค้าทางอากาศ (คาร์โก้)
- กลยุทธ์การพัฒนา MRO และคาร์โก้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุน ลดต้นทุนให้สายการบิน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง เพื่อเสริมศักยภาพการเป็นฮับการบินของภูมิภาค
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมการบินไทยท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก
โดยระบุว่าอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากวิกฤตพลังงานที่เป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A-1) ที่พุ่งสูงขึ้นจาก 85-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปแตะระดับกว่า 200 ดอลลาร์ในช่วงวิกฤต และแม้ปัจจุบันจะเริ่มคลี่คลายลงมาอยู่ที่ประมาณ 127 ดอลลาร์ แต่ก็ยังเป็นต้นทุนที่หนักอึ้งสำหรับสายการบิน
“สงครามทำให้แผนการฟื้นตัวที่เคยตั้งเป้าว่าปี 2569 จะกลับไปเท่ากับช่วงก่อนโควิดในปี 2562 ต้องชะลอตัวลง” ผอ. CAAT กล่าว
พร้อมเสริมว่า IATA ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของอุตสาหกรรมการบินโลกจาก 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์
สำหรับไทยเองแม้จำนวนผู้โดยสารจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไฮซีซัน แต่แรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เร่งฟื้นการบินไทยและเดินหน้ายุทธศาสตร์ “Regional Aviation Hub”
เพื่อรับมือกับวิกฤต CAAT ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้นมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระต้นทุนให้สายการบิน เช่น ค่าบริการเดินอากาศ และค่าธรรมเนียมการขึ้นลง-จอดอากาศยาน เพื่อประคองธุรกิจและลดแรงกดดันต่อราคาตั๋วโดยสารของประชาชน
ในระยะยาว CAAT มุ่งเป้าผลักดันไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค” ผ่าน 2 โครงการหลัก:
ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) สุวรรณภูมิ: บรรจุในแผนแม่บทของ ทอท. (AOT) ทั้งพื้นที่ฝั่งเหนือและฝั่งใต้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและช่วยให้สายการบินลดต้นทุนการซ่อมบำรุง
ปฏิรูปคาร์โก้ลดคอขวด: เนื่องจากปริมาณสินค้าที่สุวรรณภูมิเติบโตสูงถึง 110% CAAT จึงเตรียมลดขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้ากรณีที่ผ่านการตรวจจากต้นทางที่น่าเชื่อถือมาแล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกและกระตุ้นเศรษฐกิจจากการขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ปักหมุดผู้นำมาตรฐานโดรนโลกผ่าน "Bangkok Statement"
นอกจากการบินพาณิชย์ปกติ CAAT ยังให้ความสำคัญกับ แผนแม่บทอากาศยานไร้คนขับ (UAS) โดยเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ICAO AAM 2026 เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในเทคโนโลยีการบินยุคใหม่
พลอากาศเอก มนัท เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน “แถลงการณ์กรุงเทพฯ” (Bangkok Statement) ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านการบินระดับโลก
“หากเราทำสำเร็จ กฎหมายการบินในยุคใหม่ทั่วโลกจะถูกเรียกขานในชื่อเมืองหลวงของไทย เหมือนกับที่เคยมีโตเกียวโปรโตคอล” ซึ่งจะส่งเสริมภาพลักษณ์และอำนาจการต่อรองของอุตสาหกรรมการบินไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
โดยไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมระดับนานาชาติ “ICAO Second Advanced Air Mobility 2026 (AAM 2026)” ซึ่งนับเป็นเวทีระดับโลกด้านการพัฒนาอากาศยานแห่งอนาคตที่จะรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย
หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ผลิตอากาศยาน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่ ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย
โดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมงาน และเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญตราเฉลิมพระเกียรติคุณในพระปรีชาสามารถ ในฐานะพระมหากษัตริย์นักบิน
ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมการบินโลกต่อศักยภาพและบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีการบินแห่งอนาคตของภูมิภาค







