
วิกฤตฮอร์มุซระอุ! ดันน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง ส่องหุ้นไทยตัวไหนรุ่ง-ร่วง?
เปิดโพยหุ้นผู้ชนะและผู้แพ้จากวิกฤตฮอร์มุซระอุ หลังสหรัฐฯ ปิดล้อมการเดินเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี พุ่ง
KEY
POINTS
- ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น
- หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์คือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP, PTT) และกลุ่มธนาคาร (KTB, BBL, SCB) จากราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่สูงขึ้น
- กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ โรงไฟฟ้า, สายการบิน, ขนส่ง และหุ้นเติบโต (Growth Stock) เนื่องจากต้นทุนพลังงานและการเงินที่เพิ่มขึ้น
สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ด้วยการเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง พร้อมกลับมาปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และเสนอเรียกเก็บค่าผ่านทาง 20% จากสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกเลิกแผนเก็บค่าธรรมเนียม 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อระยะสั้น แต่ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ยังดำเนินต่อ โดยสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมการขนส่งทางทะเลของอิหร่านอีกครั้ง รวมถึงกองกำลังสหรัฐฯ ยังเปิดฉากโจมตีเป้าหมายใหม่ในอิหร่าน เพื่อทำลายศักยภาพในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง และ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะประมาณ 4.62% สูงสุดในรอบปี จากความกังวลว่าราคาน้ำมันจะทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว และธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ตลาดเคยคาด
ประเมินหุ้นที่ได้ประโยชน์และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง
หุ้นที่ได้ประโยชน์
- PTTEP ได้ประโยชน์ตรงที่สุดจากราคาขายปิโตรเลียมที่สูงขึ้น
- PTT ได้ประโยชน์ผ่านธุรกิจต้นน้ำและการถือหุ้น PTTEP
- PTTGC, IVL อาจได้แรงเก็งกำไรจาก Commodity Sentiment และกำไรสต๊อก แต่ต้องระวังต้นทุนวัตถุดิบสูงและ Product Spread แคบลง
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
- หุ้นโรงไฟฟ้าที่ส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงได้ช้า
- สายการบินและท่องเที่ยว จากต้นทุนน้ำมันและค่าตั๋วที่สูงขึ้น
- ขนส่ง ปิโตรเคมีปลายน้ำ และธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง
ส่วนกลุ่มที่มีโอกาสแข็งกว่าตลาดและกลุ่มที่ควรระวังจาก Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่ง
กลุ่มที่มีโอกาสแข็งกว่าตลาด
- KTB, BBL, SCB หุ้นธนาคาร Value มีฐานกำไรและเงินปันผลรองรับ
- BLA ได้ประโยชน์ระยะกลางจากผลตอบแทนการลงทุนใหม่ที่สูงขึ้น
กลุ่มที่ควรระวัง
- หุ้น Growth และ High Beta
- หุ้น AI และ Semiconductor
- บริษัทที่มีหนี้สูงหรือต้อง Refinancing
- หุ้นที่ราคาขึ้นแรงกว่าการเติบโตของกำไร







