posttoday
ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

09 กรกฎาคม 2569

ซีพีเปิดโมเดล Reforest Tokenization นำเทคโนโลยีบล็อกเชนยกระดับทุนธรรมชาติ สร้างรายได้จากการอนุรักษ์ป่า นำร่อง 10,000 ไร่ ร่วมมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ปูทางสู่เศรษฐกิจสีเขียวไทยแห่งอนาคต

KEY

POINTS

  • เครือซีพีเปิดตัวโมเดล “Reforest Tokenization” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชนเพื่อแปลงคุณค่าของผืนป่า (ทุนธรรมชาติ) ให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
  • เป้าหมายหลักคือการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนผู้ดูแลป่า เพื่อเปลี่ยนแรงจูงใจจากการทำลายทรัพยากรไปสู่การอนุรักษ์ โดยเปิดให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถมีส่วนร่วมลงทุนในการดูแลป่าได้อย่างโปร่งใส
  • โครงการนำร่องร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงบนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ โดยในระยะแรกจะเริ่มจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney และมีแผนพัฒนาระบบโทเคนเต็มรูปแบบในอนาคต

โลกกำลังให้คุณค่ากับ "ทุนธรรมชาติ" (Natural Capital) มากกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แหล่งน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ เพราะทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งแวดล้อม หากแต่กำลังกลายเป็น "สินทรัพย์" ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

 

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) จึงเปิดตัวโมเดล "Reforest Tokenization" นวัตกรรมที่ผสานการอนุรักษ์ป่าเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนคุณค่าของผืนป่าให้กลายเป็น "สินทรัพย์ดิจิทัล" ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนผู้ดูแลป่า พร้อมจับมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นพันธมิตรนำร่องบนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และตาก วางรากฐานสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

เปลี่ยน "ป่า" จากต้นทุนสังคม สู่ทุนเศรษฐกิจแห่งอนาคต

 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า หัวใจของการอนุรักษ์ในอนาคตไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่ต้องทำให้ผู้คนที่อยู่กับป่าสามารถมีรายได้จากการรักษาป่า มากกว่าการใช้ประโยชน์ที่ทำลายทรัพยากร

 

แนวคิด Reforest Tokenization จึงเกิดขึ้นเพื่อยกระดับผืนป่าให้เป็น "Natural Capital" ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชน เชื่อมโยงการอนุรักษ์เข้ากับกลไกเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุน มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

นายศุภชัยระบุว่า ป่าไม้มีคุณค่ามหาศาลต่อโลก ทั้งช่วยดูดซับคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์ราว 31% เป็นแหล่งกำเนิดน้ำจืดกว่า 75% ของโลก และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบนบกถึง 80% ขณะที่ประชากรยากจนที่สุดของโลกกว่า 90% ยังต้องพึ่งพาทรัพยากรจากป่าในการดำรงชีวิต

 

แม้ประเทศไทยจะสามารถรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แต่ความท้าทายจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

การอนุรักษ์ที่เริ่มจาก "คน"

 

จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในจังหวัดน่าน นายศุภชัยกล่าวว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การอนุรักษ์จะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากชุมชนยังไม่มีรายได้ที่มั่นคง เพราะเมื่อคนอยู่ไม่ได้ ป่าก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน

 

ปัจจุบันโลกให้คุณค่ากับคาร์บอนเครดิตในฐานะเครื่องมือสะท้อนการดูดซับก๊าซเรือนกระจก แต่ในความเป็นจริง ป่าไม้ยังมีคุณค่าอีกหลายด้าน ทั้งการรักษาต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ การป้องกันไฟป่า และการสร้างคุณภาพชีวิตให้ชุมชน

 

Reforest Tokenization จึงมีเป้าหมายแปลงคุณค่าเหล่านี้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยใช้โทเคนดิจิทัลเป็นกลไกเชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการลงทุน เพื่อให้รายได้จากการดูแลป่ากลับคืนสู่ชุมชน และสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายร่วมรักษาทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว


ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

นำร่อง 10,000 ไร่ สร้างรายได้ให้กว่า 200 ครัวเรือน


โครงการนำร่องในระยะแรกครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และตาก โดยมีชุมชนประมาณ 200 ครัวเรือน เป็นผู้ดูแลพื้นที่ป่า

 

ซีพีประเมินว่า หากสามารถสร้างรายได้จากการอนุรักษ์เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000–15,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ควบคู่กับการส่งเสริมการปลูกพืชมูลค่าสูง จะช่วยเปลี่ยนแรงจูงใจจากการบุกรุกหรือทำลายป่า ไปสู่การรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นของประเทศไทยและภูมิภาคได้ในอนาคต

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

"ต้นทุนของการไม่ทำอะไร" อาจสูงกว่าที่คิด

 

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน เพราะชุมชนคือแนวป้องกันด่านแรกของทรัพยากรธรรมชาติ

 

เขาเสนอว่า ภาคธุรกิจควรเริ่มคำนวณ "ต้นทุนทางธรรมชาติ" (Natural Capital Cost) เข้าไปในการดำเนินธุรกิจ และตั้งคำถามกับ "ต้นทุนของการไม่ทำอะไร" (Cost of Inaction) เพราะหากปล่อยให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ผลกระทบจะย้อนกลับมาสู่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

Roadmap 5 ปี ปูทางสู่เศรษฐกิจทุนธรรมชาติ

 

ซีพีได้กำหนดแผนดำเนินงานระหว่างปี 2569–2573 เพื่อพัฒนากลไก Reforest Tokenization อย่างเป็นระบบ

 

ในระยะแรกภายในปี 2569 บริษัทจะนำคาร์บอนเครดิตจากพื้นที่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงมาจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมสนับสนุนการดูแลป่าได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบ Instant Redeem ซึ่งเชื่อมต่อกระบวนการเลือกซื้อ ชำระเงิน และรับใบรับรองการชดเชยคาร์บอนในขั้นตอนเดียว

 

แม้ในระยะแรกจะยังไม่มีการถือครองโทเคนใน Digital Wallet แต่ระบบจะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ

 

ในระยะถัดไป ซีพีมีแผนพัฒนาระบบ Tokenization เต็มรูปแบบภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โทเคนสามารถสะท้อนคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติได้มากกว่าคาร์บอนเครดิต ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์แหล่งน้ำ และบริการของระบบนิเวศในมิติอื่น ๆ

 

พื้นที่นำร่องกว่า 10,000 ไร่ คาดว่าจะสร้างคาร์บอนเครดิตได้ประมาณ 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมตั้งเป้าจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการฟื้นฟูป่าร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อให้รายได้จากการอนุรักษ์หมุนเวียนกลับมาสนับสนุนชุมชนและการฟื้นฟูผืนป่าอย่างต่อเนื่อง

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

เทคโนโลยีบล็อกเชน เชื่อมคนกับการอนุรักษ์

 

นายอภินันท์ ดาบเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า การนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับการซื้อคาร์บอนเครดิต จะช่วยให้ประชาชนสามารถสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

ผู้ใช้งานสามารถเลือกแพ็กเกจการชดเชยคาร์บอนตามความต้องการ พร้อมรับใบรับรองการชดเชยคาร์บอนเพื่อยืนยันการมีส่วนร่วม ถือเป็นอีกก้าวของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนในวงกว้าง

 

ซีพีเปิดโมเดล “Reforest Tokenization” ฟื้นป่า สร้างทุนธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

วางรากฐาน "Natural Capital Economy" ของประเทศไทย

 

Reforest Tokenization ไม่ได้เป็นเพียงโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แต่เป็นความพยายามสร้างระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่มองทรัพยากรธรรมชาติเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และทำให้การอนุรักษ์สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องแก่ผู้ดูแลผืนป่า

 

โมเดลนี้เชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัล บล็อกเชน ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาควิชาการเข้าด้วยกัน เพื่อให้การดูแลป่าไม่ใช่เพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

 

หากโมเดลนี้สามารถขยายผลได้สำเร็จ ก็อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ Natural Capital Economy หรือเศรษฐกิจที่สร้างคุณค่าจากทุนธรรมชาติอย่างแท้จริง พร้อมพิสูจน์ว่า "การรักษาป่า" สามารถสร้างทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนและธรรมชาติไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

SET ปิดพุ่ง 32.05 จุด ยืนเหนือ 1,600 จุด เด้งรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

SET ปิดพุ่ง 32.05 จุด ยืนเหนือ 1,600 จุด เด้งรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ