
ทรัมป์สั่งเร่งสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม ตั้งเป้าใช้งานปี 2028
ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารผลักดันสหรัฐพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมทรงพลังภายในปี 2028 พร้อมยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ รับมือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับจีนที่ทวีความเข้มข้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในคำสั่งบริหาร 2 ฉบับเมื่อวันจันทร์ (23 มิ.ย.) เพื่อเร่งพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมประสิทธิภาพสูงสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ภาครัฐจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต โดยถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างสหรัฐและจีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่อาจพลิกโฉมทั้งวงการวิทยาศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมวัสดุศาสตร์ เคมีขั้นสูง และความมั่นคงทางไซเบอร์ในทศวรรษหน้า
นายไมเคิล แครตซิออส ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว เปิดเผยว่า รัฐบาลเชื่อว่าสหรัฐมีศักยภาพที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมประสิทธิภาพสูงได้สำเร็จภายในปี 2028
“เราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ภายในปี 2028” แครตซิออสกล่าวระหว่างการแถลงข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับมาตรการชุดใหม่ของรัฐบาล
หนึ่งในคำสั่งบริหารที่ทรัมป์ลงนาม มุ่งเน้นการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลกลางจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมมีความก้าวหน้ามากพอที่จะถอดรหัสระบบเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบันได้
คำสั่งดังกล่าวกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐสำคัญของสหรัฐทยอยเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบ “Post-Quantum Cryptography” หรือการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม ภายในปี 2030-2031 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัลรูปแบบใหม่
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากใช้หลักการทางฟิสิกส์ควอนตัมในการประมวลผลข้อมูล ทำให้สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนบางประเภทได้รวดเร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันหลายเท่า
ศักยภาพดังกล่าวอาจนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนายาใหม่ การออกแบบวัสดุขั้นสูง การจำลองปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อน หรือการยกระดับความสามารถของระบบปัญญาประดิษฐ์
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการประมวลผลที่เหนือชั้นของคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังสร้างความกังวลอย่างมากในวงการความมั่นคงไซเบอร์ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวอาจสามารถถอดรหัสระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ใช้ปกป้องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในปัจจุบันได้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คำสั่งบริหารอีกฉบับหนึ่งมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลสหรัฐให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องป้องกันความพยายามของประเทศคู่แข่งหรือฝ่ายที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
นอกจากนี้ มาตรการชุดใหม่ยังสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำแผนพัฒนาและใช้งานเครือข่ายสื่อสารและเซ็นเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีควอนตัมภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการใช้งานในภาคการทหาร วิทยาศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเพิ่งประกาศแผนเข้าถือหุ้นมูลค่ารวม 2,000 ล้านดอลลาร์ในบริษัทเทคโนโลยีควอนตัม 9 แห่ง รวมถึงกิจการใหม่ของ IBM ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเร่งลงทุนเชิงรุกของรัฐบาลสหรัฐเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก







