
สหรัฐปลดล็อกขายน้ำมันอิหร่าน ส่งผลราคาน้ำมันลดต่ำกว่าช่วงก่อนสงคราม
สหรัฐอนุญาตส่งออกน้ำมันอิหร่านชั่วคราวครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ แลกคำมั่นเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยอมรับการตรวจนิวเคลียร์ ส่งผลราคาน้ำมันโลกลดทันที
รัฐบาลสหรัฐประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านเมื่อวันจันทร์ (23 มิ.ย.) โดยอนุญาตให้มีการผลิต ส่งมอบ และจำหน่ายน้ำมันดิบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีจากอิหร่านเป็นการชั่วคราว เพื่อสนับสนุนการเจรจาสู่ข้อตกลงสันติภาพฉบับถาวรระหว่างสองประเทศ หลังอิหร่านให้คำมั่นเปิดเสรีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและยอมรับการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์จากนานาชาติ
กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ได้ออก “ใบอนุญาตทั่วไป” (General License) ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 60 วัน จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม อนุญาตให้มีการซื้อขาย ส่งออก ขนส่ง และให้บริการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน รวมถึงธุรกรรมทางการเงิน การประกันภัย และการขนส่งที่เกี่ยวข้อง
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการผ่อนคลายข้อจำกัดที่สหรัฐบังคับใช้กับอิหร่านมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 2522 ซึ่งนำไปสู่วิกฤตจับตัวประกันเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะราน และต่อมามีการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอีกหลายระลอกจากข้อพิพาทด้านโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่สหรัฐจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย
ภายใต้ใบอนุญาตฉบับใหม่ สหรัฐยังอนุญาตให้นำเข้าน้ำมันอิหร่านเข้าสู่ประเทศได้ในกรณีที่จำเป็นต่อกระบวนการซื้อขาย การส่งมอบ หรือการขนถ่ายสินค้า แม้ว่าสหรัฐแทบไม่ได้มีการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญเลยนับตั้งแต่มีการคว่ำบาตรเมื่อกว่า 40 ปีก่อน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบข้อตกลงที่เกิดขึ้นจากการหารือเชิงบวกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
“อิหร่านได้ให้คำมั่นว่าจะรับรองเสรีภาพและความเปิดกว้างของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในประเทศได้” เบสเซนต์ระบุ
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังจึงออกใบอนุญาตทั่วไปชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน เพื่อรองรับการผลิต การส่งมอบ และการจำหน่ายน้ำมันอิหร่านในระหว่างกระบวนการเจรจา
ข้อตกลงดังกล่าวสอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ที่กรุงวอชิงตันและกรุงเตหะรานลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐตกลงออกข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์จากอิหร่าน ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นอกจากนี้ ใบอนุญาตยังเปิดทางให้การชำระเงินแก่อิหร่านสามารถดำเนินการผ่านเงินทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมประเทศและดินแดนที่ยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสหรัฐ เช่น คิวบา เกาหลีเหนือ และไครเมีย
นักวิเคราะห์มองว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอิหร่านไหลเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้โรงกลั่นอิสระของจีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด เนื่องจากสามารถซื้อได้ในราคาส่วนลดสูง ขณะที่ผู้ซื้อรายอื่นหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมเพราะเกรงถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐ
ก่อนที่สหรัฐจะกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวดอีกครั้งในปี 2561 อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิตาลี กรีซ ไต้หวัน และตุรกี ล้วนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านรายสำคัญ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นพร้อมกับความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยผู้ไกล่เกลี่ยเปิดเผยว่า การเจรจารอบแรกเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพถาวรมี “ความคืบหน้าในเชิงบวกและน่าพอใจ” หลังทั้งสองฝ่ายตกลงขยายข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนออกไปอีกอย่างน้อย 60 วัน
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่ออิหร่านเริ่มปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สหรัฐตอบโต้ด้วยการปิดล้อมท่าเรือสำคัญของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม หลังการบรรลุข้อตกลงชั่วคราว ความกังวลด้านอุปทานได้คลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา







