posttoday
BDC ลุยใช้เชื้อเพลิง HVO ขยายดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวทั่วเอเชียฯ

BDC ลุยใช้เชื้อเพลิง HVO ขยายดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวทั่วเอเชียฯ

13 พฤษภาคม 2569

BDC เดินหน้าขยายการใช้เชื้อเพลิง HVO ในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วเอเชียแปซิฟิก ลดการปล่อยคาร์บอนสูงสุด 90% หนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว

KEY

POINTS

  • Bridge Data Centres (BDC) ประสบความสำเร็จในการนำร่องใช้เชื้อเพลิง HVO ซึ่งเป็นน้ำมันพืชหมุนเวียนที่ผลิตจากของเสีย 100% มาเป็นพลังงานสำรองในดาต้าเซ็นเตอร์เป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก
  • เชื้อเพลิง HVO สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90% และใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง ทำให้เป็นทางออกที่ใช้งานได้จริงในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว
  • จากความสำเร็จนี้ BDC ตั้งเป้าที่จะขยายการใช้โซลูชันพลังงาน HVO ไปยังศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอื่นๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก เพื่อรองรับการเติบโตของ AI และบริการดิจิทัลอย่างยั่งยืน

บริดจ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Bridge Data Centres: BDC) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และ EcoCeres ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเชื้อเพลิงหมุนเวียนและโมเลกุลสีเขียวสำหรับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในโครงการนำร่องใช้เชื้อเพลิงสำรองประเภทน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrotreated Vegetable Oil: HVO) ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ของ BDC เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

ทั้งนี้ HVO เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนยุคใหม่ที่ผลิตจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง 100% และทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนคุณภาพสูงสำหรับทดแทนน้ำมันดีเซลจากฟอสซิล โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มีอยู่เดิม และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึงร้อยละ 90 

 

โครงการนำร่องนี้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้พลังงานสำรองฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การถ่ายโอนโหลดไฟฟ้า และการทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพและการปล่อยมลพิษได้ทั้งหมด นอกจากนี้ BDC ยังได้เสร็จสิ้นการทดสอบ HVO ขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ และจากความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ BDC มีความตั้งใจที่จะขยายการใช้งานโซลูชันพลังงาน HVO ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป 

 

BDC ลุยใช้เชื้อเพลิง HVO ขยายดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวทั่วเอเชียฯ

 

 ทำไมต้องใช้ เชื้อเพลิงสำรองประเภทน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrotreated Vegetable Oil: HVO)

 

การที่ Bridge Data Centres จับมือกับ EcoCeres ทดลองใช้เชื้อเพลิง HVO หรือ Hydrotreated Vegetable Oil ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดิจิทัลสู่พลังงานสะอาด เพราะดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานสูงมาก โดยเฉพาะระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Backup Generator) ที่ปกติพึ่งพาน้ำมันดีเซลฟอสซิล เมื่อเกิดไฟดับหรือระบบไฟฟ้าหลักมีปัญหา เครื่องยนต์ดีเซลเหล่านี้จะทำงานทันทีเพื่อให้เซิร์ฟเวอร์และระบบคลาวด์ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นแม้ดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากจะหันไปใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แต่ “ดีเซลสำรอง” ยังเป็นจุดที่ลดคาร์บอนได้ยาก

 

HVO จึงถูกมองว่าเป็นทางออกใหม่ของอุตสาหกรรมนี้ เพราะเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูงที่ผลิตจากวัตถุดิบเหลือใช้ 100% เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว ไขมันสัตว์ หรือของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrotreating) เพื่อปรับโครงสร้างโมเลกุลให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง จุดเด่นสำคัญคือสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องดัดแปลงอุปกรณ์ ต่างจากเชื้อเพลิงชีวภาพบางประเภทที่มีข้อจำกัดด้านการกัดกร่อน การเก็บรักษา หรือประสิทธิภาพการเผาไหม้ นอกจากนี้ HVO ยังเผาไหม้สะอาดกว่า ลดเขม่า ลดกลิ่น และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตได้สูงสุดถึงประมาณ 90% เมื่อเทียบกับดีเซลฟอสซิล

 

BDC ลุยใช้เชื้อเพลิง HVO ขยายดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวทั่วเอเชียฯ

 

ความสำเร็จของโครงการนำร่องในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทดลองเชื้อเพลิงใหม่ แต่สะท้อนว่าอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียแปซิฟิกเริ่มมองหาแนวทางลดคาร์บอนที่ “ใช้งานได้จริง” ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI คลาวด์ และบริการดิจิทัล ซึ่งยิ่งเพิ่มความต้องการพลังงานทั่วโลก หาก HVO สามารถขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ในวงกว้าง ก็อาจกลายเป็น “เชื้อเพลิงสะพาน” สำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่ระบบพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ เช่น แบตเตอรี่ระยะยาว ไฮโดรเจนสีเขียว หรือเซลล์เชื้อเพลิง จะมีต้นทุนต่ำและพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

 

อีริค ฟาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bridge Data Centres กล่าวว่า “ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของ BDC ขณะที่เวิร์คโหลดงานด้าน AI ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมโซลูชันพลังงานสะอาดที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกลของเรา ความสำเร็จของโครงการนำร่องครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเชื้อเพลิงสำรอง HVO เป็นแนวคิดที่ทำได้จริงและสามารถนำไปปรับใช้ในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการเติบโตสูงแห่งอื่น ๆ ได้” 

 

มัตติ ลีโวเนน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EcoCeres กล่าวว่า “การลดการปล่อยคาร์บอนในดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่เร่งด่วนและต้องการความเชี่ยวชาญทางเทคนิคสูงที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับ Bridge Data Centres เพื่อแสดงให้เห็นว่า HVO พร้อมแล้วสำหรับการใช้งานจริงในการดำเนินงานสเกลใหญ่ พิสูจน์ให้เห็นว่าเชื้อเพลิงหมุนเวียนจากของเสียสามารถตอบสนองข้อกำหนดด้านความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพที่เข้มงวดในระบบสำรองดีเซลที่มีอยู่เดิม โครงการนำร่องนี้จึงถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดไว้ได้” 

 

HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) คือเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง

หรือที่หลายบริษัทเรียกว่า “Renewable Diesel” เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนน้ำมันดีเซลฟอสซิลโดยตรง จุดต่างสำคัญจากไบโอดีเซลทั่วไป (เช่น B7 หรือ B20) คือ HVO ไม่ได้ผลิตด้วยกระบวนการเอสเทอริฟิเคชันแบบไบโอดีเซลทั่วไป แต่ใช้กระบวนการ “Hydrotreating” หรือการเติมไฮโดรเจนภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง ทำให้โครงสร้างโมเลกุลของเชื้อเพลิงมีความเสถียรและใกล้เคียงดีเซลปิโตรเลียมมากกว่า ส่งผลให้เผาไหม้สะอาด มีค่าซีเทนสูง เครื่องยนต์ติดง่าย ควันดำและเขม่าน้อย รวมถึงเก็บรักษาได้นานกว่าไบโอดีเซลแบบดั้งเดิม

 

วัตถุดิบของ HVO ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากพืชปลูกใหม่โดยตรง แต่เน้นใช้ “ของเสีย” หรือวัสดุเหลือใช้ เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil), ไขมันสัตว์, กากไขมันจากอุตสาหกรรมอาหาร หรือของเสียทางการเกษตร ทำให้ถูกมองว่าเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนที่ช่วยลดปัญหาขยะและลดการปล่อยคาร์บอนในภาพรวมได้พร้อมกัน หลายประเทศในยุโรปจึงสนับสนุน HVO อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในภาคขนส่งหนัก รถบรรทุก เรือ เครื่องจักรก่อสร้าง และล่าสุดคือดาต้าเซ็นเตอร์

 

จุดแข็งที่สุดของ HVO คือ “Drop-in Fuel” หมายถึงสามารถเติมแทนน้ำมันดีเซลเดิมได้ทันทีในเครื่องยนต์จำนวนมากโดยแทบไม่ต้องดัดแปลงระบบ ซึ่งต่างจากพลังงานสะอาดบางประเภทที่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด นี่จึงเป็นเหตุผลที่อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ สนามบิน และโลจิสติกส์ให้ความสนใจ เพราะสามารถลดคาร์บอนได้รวดเร็วโดยไม่กระทบการดำเนินงาน โดยเฉพาะเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ต้องการความเสถียรสูง

 

อย่างไรก็ตาม HVO ยังมีข้อจำกัดสำคัญคือ “ต้นทุน” ที่ยังสูงกว่าดีเซลทั่วไป เนื่องจากกระบวนการผลิตซับซ้อนและวัตถุดิบมีจำกัด หากความต้องการเพิ่มขึ้นเร็ว อาจเกิดการแข่งขันแย่งวัตถุดิบระหว่างภาคพลังงานและอุตสาหกรรมอาหาร อีกประเด็นคือความยั่งยืนของแหล่งวัตถุดิบ เพราะหากมีการปลูกพืชน้ำมันเพิ่มเพื่อผลิตเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ ก็อาจกระทบพื้นที่ป่าและระบบอาหารได้ ดังนั้นมาตรฐานตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในตลาด HVO ระดับโลก

 

ปัจจุบัน HVO ถูกมองว่าเป็น “ทางผ่านสำคัญ” ของการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมหนัก เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันที ขณะที่เทคโนโลยีระยะยาวอย่างไฮโดรเจนสีเขียวหรือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ยังมีต้นทุนสูงและใช้เวลาในการพัฒนาอีกหลายปี จึงมีแนวโน้มว่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า HVO จะมีบทบาทมากขึ้นในระบบพลังงานสำรอง การขนส่งหนัก และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก
 

ข่าวล่าสุด

มาแล้ว! ฟีเจอร์ Gemini Intelligence ทยอยเปิดใช้บนมือถือ Android

มาแล้ว! ฟีเจอร์ Gemini Intelligence ทยอยเปิดใช้บนมือถือ Android