
"รัฐบาล" แจง ปล่อยต่างชาติทำธุรกิจ ไม่เสรี ย้ำ! ลดขั้นตอน-ดึงเทคโนโลยีใหม่
"รัฐบาล" ยืนยันการปรับกฎหมายธุรกิจต่างด้าวไม่ใช่การเปิดเสรีไร้การควบคุม แต่เป็นการลดความซ้ำซ้อนในกลุ่มธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะดูแลเข้มงวด
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องรัฐบาลเปิดให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต โดยระบุว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากสาระสำคัญของร่างอนุบัญญัติภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เป็นการอำนวยความสะดวกในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงหรือธุรกิจที่มีหน่วยงานรัฐกำกับดูแลเฉพาะทางอยู่แล้ว
ธุรกิจที่ได้รับยกเว้นแต่ยังถูกกำกับเข้มงวด
รัฐบาลระบุว่าธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นการขออนุญาตตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 8 กลุ่มหลัก
1) ธุรกิจบริการโทรคมนาคม
2) ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน
3) ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
4) ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ
5) ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท
6) ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม
7) ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
8) ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นธุรกิจที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
คุ้มครองผู้ประกอบการไทย
นางสาวรัชดาเน้นยำว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยได้ตัดสินใจ "ตัดธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์" ออกจากร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว หลังจากได้รับข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนและการดูแลผู้ประกอบการท้องถิ่น
เป้าหมาย 5 ประการสู่ศูนย์กลางธุรกิจภูมิภาค
การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ได้แก่
1.ลดขั้นตอนการขออนุญาตที่ไม่จำเป็น
2.สร้างการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม
3.ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับสูง
4.ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการระดับภูมิภาค
5.กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงาน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวง เพื่อแก้ไขประเภทธุรกิจในบัญชีท้าย พ.ร.บ. ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การยกเว้นธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายฯ และธุรกิจบริการเฉพาะทาง เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการในขณะที่ภาครัฐยังคงอำนาจในการตรวจสอบและควบคุมผ่านกฎหมายเฉพาะทางอย่างมีประสิทธิภาพ







