posttoday
เอกนิติ ยันกู้ 4 แสนล้านโปร่งใส สั่งเปิดเว็บไซต์เปิดเผยข้อมูล สกัดโกงซ้ำรอยอดีต

เอกนิติ ยันกู้ 4 แสนล้านโปร่งใส สั่งเปิดเว็บไซต์เปิดเผยข้อมูล สกัดโกงซ้ำรอยอดีต

13 พฤษภาคม 2569

เอกนิติ รมว.คลัง แจงกู้ 4 แสนล้าน เน้นโปร่งใสตามนโยบายรัฐบาล สั่งการปลัดคลังทำเว็บไซต์ Open Data ตรวจสอบได้ทุกโครงการ มั่นใจการลงทุนจริงดันจีดีพีไทยพุ่งแตะ 3-6%

KEY

POINTS

  • เอกนิติยืนยันรัฐบาลจะบริหารเงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตซ้ำรอยอดีต
  • สั่งการให้จัดทำเว็บไซต์ในรูปแบบดิจิทัลและ Open Data เพื่อเปิดเผยรายละเอียดทุกโครงการให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
  • ปัจจุบันยังไม่มีการเสนอโครงการเพื่อใช้งบประมาณ เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำระเบียบและหลักเกณฑ์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก  เนื่องจากความโปร่งใสถูกบรรจุไว้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ให้ดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเตรียมจัดทำเว็บไซต์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อแสดงรายละเอียดของทุกโปรเจกต์อย่างชัดเจน ประชาชนสามารถเข้าไปคลิกดูข้อมูลได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลดังกล่าวจะถูกจัดทำเป็นแบบ Open Data เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมมีความตั้งใจอย่างมากที่จะบริหารจัดการ พ.ร.ก.กู้เงินด้วยความโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต ซึ่งจะเห็นอยู่ว่าเคยเกิดขึ้นเยอะมากในเรื่องของการจัดการ เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน จึงได้กำชับนายลวรณ ในฐานะประธาน ให้ดำเนินงานอย่างโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูล โดยจะมีการแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาคลิกตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการโครงการต่างๆได้อย่างทั่วถึง”

สำหรับความคืบหน้าการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอ โครงการ เข้าสู่การพิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำระเบียบและหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้แล้วเสร็จก่อน

ส่วนโครงการที่จะทยอยเสนอในระยะต่อไป มีทั้งโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และงบด้านสวัสดิการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าโครงการใดจะเริ่มดำเนินการก่อน โดยมีแผนจะเสนอเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมกันต่อไป ทั้งนี้ ยังยืนยันว่า ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัส และงบด้านสวัสดิการ จะยังคงเดินหน้าตามไทม์ไลน์เดิมที่รัฐบาลประกาศไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับ ภาพรวมเศรษฐกิจ ว่า ตัวเลขการลงทุนจริงในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)แต่ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI พบว่า มีเม็ดเงินลงทุนจริงเกิดขึ้นแล้วสูงถึงประมาณ 260,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 18% ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าไทยสามารถคว้าโอกาสจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนของโลกได้ ขณะเดียวกันมาตรการ BOI Fast Pass ที่รัฐบาลผลักดันก็เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

"จากนี้ การลงทุนจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยปัจจุบันการลงทุนผ่าน BOI มีสัดส่วนสูงถึง 25-30% ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ Moody's ที่มองว่าการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงข้างหน้า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน ไทยกลับถูกมองว่าเป็นSafe Haven หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่และการย้ายซัพพลายเชนเข้ามาในภูมิภาค"

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้การลงทุนเกิดขึ้นจริงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น พร้อมเดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้การลงทุนทำได้ง่ายขึ้น โดยเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในระดับ “3 Plus” หรือมากกว่า 3% ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า และหากขับเคลื่อนได้เต็มศักยภาพ ก็มีโอกาสเห็นเศรษฐกิจไทยเติบโตได้สูงถึง 5-6% ตามเป้าหมายที่รัฐบาลคาดหวังไว้

ข่าวล่าสุด

ITEL อวด Q1/69 กำไร 33 ล้าน โต 17% ลั่นรายได้ปีนี้ตามนัด 3,600 ล้าน

ITEL อวด Q1/69 กำไร 33 ล้าน โต 17% ลั่นรายได้ปีนี้ตามนัด 3,600 ล้าน