posttoday

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

22 เมษายน 2569

เชื้อเพลิงชีวภาพจากน้ำมันปาล์ม ฝีมือวิจัยไทย ใช้กับเครื่องยนต์เดิมได้ทันที ลดคาร์บอน 50% หนุนเศรษฐกิจในประเทศและความมั่นคงพลังงาน

KEY

POINTS

  • H-FAME เป็นเชื้อเพลิงแบบ Drop-in Fuel ที่สามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงหรือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ทำให้เป็นทางเลือกพลังงานสะอาดที่พร้อมใช้จริงในปัจจุบัน
  • เป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 50% และลดฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับดีเซลปกติ ซึ่งเป็นคำตอบสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
  • ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรกรรม

“จุดเด่นสำคัญคือ H-FAME เป็น Drop-in Fuel ที่เราสามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ ไม่ต้องลงทุนเครื่องชาร์จ และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใด ทำให้เราเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดได้โดยไม่เกิดภาระการลงทุนใหม่"

 

จากกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่กำลังเร่งและร้อนแรงขึ้นทั่วโลกจากวิกฤตพลังงาน แม้ยานยนต์ไฟฟ้าจะถูกมองว่าเป็นอนาคตของการขนส่ง แต่ในความเป็นจริง ภาคโลจิสติกส์ รถบรรทุก และเครื่องจักรกลหนักยังคงต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลไปอีกระยะหนึ่ง

 

ช่องว่างตรงนี้เองที่ทำให้ “H-FAME” หรือ Premium Biodiesel ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ภายใต้ สวทช. กลายเป็นทางเลือกสำคัญในฐานะเชื้อเพลิงช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) ที่ “ใช้ได้จริงทันที” โดยไม่ต้องรอการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

(วันที่ 22 เมษายน 2569) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews นักวิจัยพบสื่อมวลชน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัย Premium Biodiesel (H-FAME) เชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูง เพื่อเป็นทางเลือกสำคัญของภาคขนส่งไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) นำโดย ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ พร้อมด้วย ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้ ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้ นักวิจัยจากทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ และ คุณสยามณัฐ พนัสสรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัน-อัพ รีไซคลิง จำกัด

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สะท้อนภาพว่า แม้โลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่ยุครถ EV แต่การเปลี่ยนผ่านไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที “เทคโนโลยีต้องการเวลาและต้นทุนในการปรับตัว” พร้อมชี้ว่า H-FAME ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยคุณสมบัติแบบ Drop-in Fuel ที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 50% และลดฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับดีเซลจากปิโตรเลียม และย้ำว่า “นี่คือคำตอบที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบัน” 

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

เบื้องหลังความก้าวหน้าของ H-FAME คือการยกระดับข้อจำกัดของไบโอดีเซลแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะปัญหาการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่ง ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้ นักวิจัยจากทีมเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด อธิบายว่า ทีมวิจัยได้ใช้กระบวนการ Partial Hydrogenation เพื่อปรับโครงสร้างโมเลกุลของเชื้อเพลิง ทำให้มีเสถียรภาพสูงขึ้น

 

“สามารถต้านทานการเสื่อมสภาพได้ดีกว่าไบโอดีเซลทั่วไปมากกว่า 3 เท่า” ส่งผลให้ลดปัญหาตะกอนอุดตัน ยืดอายุเครื่องยนต์ และรองรับการใช้งานในสัดส่วนสูงถึง B100 ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

ไม่เพียงแค่ในห้องทดลอง H-FAME ยังผ่านการพิสูจน์ในภาคสนามแล้ว โดยมีการใช้งานจริงในยานยนต์และเครื่องจักรหลากหลายประเภท ทั้งรถโฟล์คลิฟท์ รถก่อสร้าง และรถบรรทุกสารเคมี รวมปริมาณกว่า 3,000 ลิตร สะท้อนความพร้อมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบผลิตแบบต่อเนื่องในระดับกึ่งอุตสาหกรรม และเตรียมต่อยอดสู่โรงงานสาธิตขนาด 10,000–30,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการขยายการใช้จริงในภาคขนส่งไทย

 

ในมุมของภาคธุรกิจ คุณสยามณัฐ พนัสสรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัน-อัพ รีไซคลิง จำกัด มองว่า การเลือกใช้พลังงานในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่คือ “ความสามารถในการแข่งขันระยะยาว” เขาเล่าว่า การเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกไฟฟ้ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะงานขนส่งวัตถุไวไฟ ทำให้ H-FAME กลายเป็นคำตอบที่ลงตัว “เราใช้ได้ทันที ไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่” แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่เขามองว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร และยังช่วยลด Scope 3 ให้กับลูกค้าในห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

“นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว H-FAME ยังสะท้อนถึงความมั่นคงทางพลังงานที่จับต้องได้ ในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกและปัญหาน้ำมันดีเซลขาดตลาดจากสภาวะสงคราม แต่ด้วยการใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศผ่านนวัตกรรมของ สวทช. นี้เอง ทำให้เราสามารถก้าวข้ามความเสี่ยงเหล่านั้นไปได้ เราจึงไม่ได้เพียงแค่ช่วยชาติลดมลพิษเท่านั้น แต่ ซัน-อัพ รีไซคลิง ขอยืนหยัดเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยผ่านการใช้งานจริงและการยกระดับห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม H-FAME ยังสะท้อนมิติด้านความมั่นคงพลังงานของประเทศอย่างชัดเจน เพราะสามารถผลิตจากวัตถุดิบในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก ในภาพรวม นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิงทางเลือก แต่เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงภาคเกษตร อุตสาหกรรม และนโยบายพลังงานเข้าด้วยกัน

 

H-FAME หรือ Premium Biodiesel จึงเป็นตัวอย่างเด่นของศักยภาพงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้ทันทีในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพลังงานโลก

 

ด้วยจุดแข็งที่ “ไม่ต้องรออนาคต” แต่สามารถเริ่มลดคาร์บอนได้ตั้งแต่วันนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นักวิจัย และภาคเอกชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้ขยายสู่ระดับอุตสาหกรรม และพาประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

โดยสรุปในมิติทางเศรษฐกิจ H-FAME มีความสำคัญตรงที่ “เปลี่ยนพลังงานให้เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าในประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเชื้อเพลิงชนิดนี้สามารถผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ เช่น น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย การนำผลผลิตภาคเกษตรมาแปรรูปเป็นพลังงาน ไม่เพียงช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินและพยุงราคาสินค้าเกษตร แต่ยังสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่ตั้งแต่เกษตรกร โรงสกัดน้ำมัน ไปจนถึงอุตสาหกรรมพลังงานขั้นปลาย ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น แทนที่จะไหลออกไปกับการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ อีกทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี H-FAME ในประเทศเอง ยังสะท้อนการยกระดับจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจนวัตกรรมในระยะยาว

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

ในเชิงนโยบายพลังงาน H-FAME ยังตอบโจทย์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถผลิตและใช้งานได้ภายในประเทศ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อการนำเข้า ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของไทย ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยข้อมูลจากการพัฒนา H-FAME ชี้ว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 50% และมีศักยภาพเป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่ใช้ได้จริงในภาคขนส่ง ดังนั้น H-FAME จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงทั้งนโยบายพลังงาน เศรษฐกิจฐานราก และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

 

H-FAME เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พลิกพลังงานไทย ใช้ได้ทันที “ไม่ต้องรออนาคต”

 

ผู้สนใจสามารถเข้านิทรรศการผลงาน H-FAME ได้ที่งานประชุมวิชาการประจำปีสวทช. หรือ NAC2026 ได้ในวันที่ 24, 27-28 เม.ย. 69 เวลา 9:00 – 16:30 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี และผู้ประกอบการที่สนใจร่วมทดสอบใช้งานจริง หรือสนใจต่อยอดขยายปริมาณการผลิต H-FAME ในโครงการต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนภาคขนส่งไทยสู่สังคมคาร์บอนตํ่า สามารถติดต่อได้ที่ ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. E-mail: [email protected] โทร. 02 564 6500 ต่อ 4747

ข่าวล่าสุด

กสทช.อนุญาตใช้ช่องดาวเทียมต่างชาติ แทนไทยคม 4 จ่อหลุดวงโคจร 31 ก.ค.นี้