SC จับมือสถาบันอาคารเขียว พัฒนา SC Green Mark ยกมาตรฐานบ้านยั่งยืน
SC จับมือสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) พัฒนา SC Green Mark ยกระดับที่อยู่อาศัยสู่ความยั่งยืน ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม พลังงาน สุขภาพ และนวัตกรรม
KEY
POINTS
- SC Asset ร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) พัฒนา "SC Green Mark" ซึ่งเป็นมาตรฐานที่อยู่อาศัยยั่งยืนของตนเองเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อยกระดับคุณภาพโครงการและสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล
- มาตรฐาน SC Green Mark ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและน้ำ, การยกระดับสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และการผสานนวัตกรรมสมัยใหม่
- SC จะเริ่มนำร่องมาตรฐานนี้ในโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ก่อนจะขยายผลไปสู่ทุกเซ็กเมนต์ภายในปี 2570 เพื่อผลักดันให้ความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ SC Asset Corporation หรือ SC ประกาศยกระดับกลยุทธ์องค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการพัฒนา “SC Green Mark” มาตรฐานที่อยู่อาศัยยั่งยืนของตนเองเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรีแบรนด์หรือปรับภาพลักษณ์ แต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือกับ สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ภายใต้มูลนิธิอาคารเขียวไทย หรือ Thai Green Building Institute ทำให้มาตรฐานดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงกับแนวปฏิบัติในระดับสากล
หัวใจของ SC Green Mark คือการนำแนวคิดอาคารเขียวมาปรับใช้ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง โดยอ้างอิงมาตรฐานระดับโลกอย่าง LEED, WELL และ TREES เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แนวทางนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือ SCero Mission ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน
เมื่อพิจารณาในเชิงโครงสร้าง SC Green Mark ถูกออกแบบให้ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ เริ่มจากการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ต่อมาคือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและน้ำ ด้วยการออกแบบอาคารให้ใช้พลังงานธรรมชาติสูงสุด หรือที่เรียกว่า Passive Design ควบคู่กับการนำพลังงานหมุนเวียน เช่น Solar Roof มาใช้งานจริง อีกมิติหนึ่งคือการยกระดับสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจ ตั้งแต่การระบายอากาศ การรับแสงธรรมชาติ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และสุดท้ายคือการผสานนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น ระบบ Smart Home ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล
ขณะเดียวกัน บทบาทของ สถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานดังกล่าวให้มีความเป็นระบบและตรวจสอบได้จริง โดยองค์กรแห่งนี้เป็นหน่วยงานอิสระไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งจากความร่วมมือของกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นสถาปนิกและวิศวกรจากองค์กรวิชาชีพหลัก ได้แก่ Association of Siamese Architects และ Engineering Institute of Thailand มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านอาคารเขียวของไทย รวมถึงจัดทำเกณฑ์มาตรฐานที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพามาตรฐานต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในเวทีโลก
การเริ่มต้นนำร่อง SC Green Mark ในโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีอย่าง “Grand Bangkok Boulevard” และ “Bangkok Boulevard” จึงไม่ใช่เพียงการทดลองเชิงธุรกิจ แต่เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างภาคเอกชนและองค์กรวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะขยายผลไปสู่ทุกเซ็กเมนต์ภายในปี 2570 สะท้อนความตั้งใจของ SC ที่จะผลักดันให้แนวคิดความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม
ในภาพรวม การพัฒนา SC Green Mark ร่วมกับ สถาบันอาคารเขียวไทย ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพโครงการที่อยู่อาศัย แต่ยังสอดรับกับแนวโน้มโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งในด้านกฎระเบียบ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป นี่จึงอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ “บ้าน” ในอนาคต ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกอย่างยั่งยืนในระยะยาว


