เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน
ธปท. ผนึกภาคีเปิดโครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” กลไกขับเคลื่อนโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่สากล
KEY
POINTS
- โครงการ "Green Solutions for Hotels" เป็นความร่วมมือระหว่าง ธปท., กองทุน สส., ททท. และธนาคาร 9 แห่ง เพื่อช่วยธุรกิจโรงแรมไทยปรับตัวสู่ความยั่งยืน รับแรงกดดันจากกฎเกณฑ์สากลและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว
- นำเสนอกลไกสนับสนุนครบวงจร 4 ขั้นตอน "รู้-วัด-ลด-ยกระดับ" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการตั้งแต่การให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี การประเมินคาร์บอน การเข้าถึงสินเชื่อ และการยกระดับสู่มาตรฐานสากล
- ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก และมีกลไกค้ำประกัน เพื่อจูงใจให้โรงแรมลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อกติกาโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ จากข้อมูล พบว่า โรงแรมในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 3-4 เท่า ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรม สส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง เปิดตัวโครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม
จากแรงกดดันสู่โอกาส ทำไมโรงแรมไทยต้องปรับตัว?
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีกฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรปที่จะเริ่มบังคับใช้มาตรฐานความยั่งยืนอย่างเข้มข้นในปี 2571 ซึ่งจะกระทบต่อโรงแรมที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ
การปรับตัวในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีแนวคิดว่า “การทำ Green คือการลดต้นทุนและทำให้แข่งได้” เนื่องจากเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในปัจจุบันมีความพร้อมและสามารถคืนทุนได้ในตัวเอง
กลไก “Total Solution” เจาะลึก 4 ขั้นตอนสู่ความยั่งยืน
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ความไม่รู้” ของผู้ประกอบการ ผ่านแนวคิด “รู้-วัด-ลด-ยกระดับ” ซึ่งเป็นการสนับสนุนแบบครบวงจรที่มากกว่าแค่การให้สินเชื่อ
1.รู้ : การตระหนักรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมแต่ละขนาด โดยความร่วมมือจากสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (ESCO) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าควรเริ่มปรับตัวจากจุดไหน เช่น การเปลี่ยนระบบปรับอากาศ หรือการใช้ Heat Pump
2.วัด: การประเมินสถานะตนเอง สนับสนุนการใช้เครื่องมือ CF-Hotels ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟรีในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้โรงแรมรู้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง และใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซหรือประกอบการขอสินเชื่อ
3.ลด: แหล่งเงินทุนและเงื่อนไขพิเศษ ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขจูงใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษช่วงแรก (ประมาณ 3.5-5%) และมีกลไก “Credit Boost” จาก บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีหลักประกันจำกัด
4.ยกระดับ: มาตรฐานการรับรองสากล การผลักดันให้โรงแรมได้รับมาตรฐาน Green Hotel Plus โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล GSTC และมาตรฐาน EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) สำหรับอาคารสีเขียวที่รับรองโดย IFC
เงื่อนไขและจุดเด่นของแต่ละธนาคาร
ภายใต้โครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขพิเศษเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมในการปรับตัวสู่ความยั่งยืน
1.ธนาคารกรุงเทพ: นำเสนอ “สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่โรงแรมสีเขียว” เน้นสนับสนุน 3 กิจกรรมหลัก คือ การลดก๊าซเรือนกระจก (เช่น เปลี่ยนบอยเลอร์เป็นฮีทปั๊ม), การปรับตัวในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือเสี่ยงภัยพิบัติ และการจัดการขยะ
2.ธนาคารกรุงไทย: สินเชื่อ “กรุงไทยเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง Green for Hotel” ให้วงเงินสูงสุด 1.25 เท่าของราคาประเมิน ระยะเวลากู้สูงสุด 12 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจะลดหย่อนตามระดับการปรับตัว (3 ระดับ: ลงทุน, วัดค่าก๊าซ, และมีใบรับรอง)
3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: สินเชื่อธุรกิจโรงแรมเพื่อความยั่งยืน ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท นานสูงสุด 10 ปี พร้อมสิทธิ์ใช้แพลตฟอร์ม “SET Carbon” ฟรี 1 ปี (จำนวนจำกัด)
4.ธนาคารกสิกรไทย: “Green Hotel Solution” ให้เงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% และมีอัตราพิเศษสูงสุดถึง MLR -1.25% นาน 5 ปี สำหรับผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนควบคู่ไปด้วย
5.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร: ใช้แนวคิด “ยิ่งลดคาร์บอนได้มาก ดอกเบี้ยยิ่งลดลง” โดยแบ่งระดับโรงแรมตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อตารางเมตร (Tier C ถึง A+) และมีทีมวิศวกรให้คำแนะนำเชิงลึกภายในธนาคาร
6.ธนาคารทหารไทยธนชาต: ให้วงเงิน 100% ของโครงการ ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงอาคาร, พลังงานหมุนเวียน, การจัดการน้ำ/ขยะ และสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับโรงแรม
7.ธนาคารไทยพาณิชย์: เน้น “Total Solution” สนับสนุนทั้งการสร้างอาคารใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและการปรับปรุงอาคารเดิม โดยมีสินเชื่อเชื่อมโยงเป้าหมายความยั่งยืน (SLL) ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนเมื่อบรรลุเป้าหมาย GSTC หรือ Green Hotel Plus
8.ธนาคารยูโอบี: มีความโดดเด่นที่สินเชื่อสำหรับ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท “ไม่ต้องใช้หลักประกัน” ผ่อนนาน 5 ปี และหากโรงแรมได้มาตรฐาน Green Hotel Plus จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25% จากอัตราเริ่มต้น 3.5%
9.ธนาคารไอซีบีซี (ไทย): สนับสนุนทั้ง SME และธุรกิจขนาดใหญ่ ดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี เน้นการลงทุนในระบบโซลาร์เซลล์ การบำบัดน้ำเสีย และอาคารสีเขียว
ต่อยอดโครงการ “Financing the Transition”
โครงการนี้เป็นการขยายผลจากโครงการ “Financing the Transition” เฟสแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 163,000 ล้านบาท ให้แก่ธุรกิจกว่า 700 ราย สำหรับเฟสใหม่ที่เน้นกลุ่มโรงแรมนี้ ธปท. มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ยังขาดความพร้อม
การเปลี่ยนผ่านสู่ “โรงแรมสีเขียว” ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลงทุนมหาศาลเสมอไป แต่สามารถเริ่มจาก “Energy Efficiency” หรือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานซึ่งเปรียบเสมือนพลังงานขั้นต้นที่ถูกที่สุด


