แก้เกมสู้วิกฤติพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ
ททท. ปรับแผนสู้วิกฤตพลังงาน-ตลาดไกลชะลอ ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” จัดอีเวนต์-สงกรานต์ใหญ่ ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพตลาดใกล้ หนุนท่องเที่ยวโตยั่งยืน
KEY
POINTS
- ททท. ปรับกลยุทธ์รับมือวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวระยะไกล โดยหันมาส่งเสริมแคมเปญ "เที่ยวใกล้บ้าน" สำหรับคนไทย และเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้แทน
- ใช้การตลาดเชิงอีเวนต์ (Event Marketing) เป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยชูเทศกาลสงกรานต์และเตรียมจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland
- มุ่งเน้นกระตุ้นตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง เช่น จีน มาเลเซีย และอินเดีย เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลที่ชะลอตัวจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ททท. ปรับเกมรุกสู้วิกฤตน้ำมัน ดันตลาด “เที่ยวใกล้บ้าน” พลิกโฉม Event Marketing ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับสัญญาณการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล โดยหันมาให้ความสำคัญกับการกระตุ้นตลาดในประเทศและนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นความคุ้มค่าและประสบการณ์ระดับโลก
พลิกวิกฤตพลังงานสู่เทรนด์ “เที่ยวใกล้บ้าน”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่าจากการประเมินสถานการณ์ในเดือนมีนาคม 2569 พบว่านักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล โดยเฉพาะตะวันออกกลาง เริ่มลดลงเนื่องจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงตามราคาน้ำมัน ททท. จึงเร่งผลักดันแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน”
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้นักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ยังสอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนที่เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าจากประสบการณ์มากกว่าปริมาณ
ชู "สงกรานต์-อีเวนต์โลก" ปักหมุด World Class Destination
เพื่อทดแทนตลาดที่หายไป ททท. ได้รุกหนักในตลาดระยะใกล้ เช่น จีน (ซึ่งเติบโตเด่นชัดถึงร้อยละ 38) มาเลเซีย และอินเดีย โดยใช้ Event Marketing เป็นตัวนำทัพ ไฮไลต์สำคัญคือการยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ระดับสากลผ่านงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland Thailand ในช่วงปลายปี เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและคนรุ่นใหม่
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า: "นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และมีแนวโน้มชะลอการเดินทางจากข้อจำกัดทางด้านที่นั่งสายการบิน และผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ททท. จึงได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อรับมือ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานตลาดขนาดใหญ่เพื่อเป็นตลาดทดแทน"
"เรามุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านแนวคิด ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางในระยะใกล้ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ"
"ททท. เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะสั้นพร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทาง ‘The New Thailand’ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า (Value over Volume) ในทุกมิติ"


