CEG รุกโซลาร์เซลล์ ดันไทยสู่ Net Zero รับดีมานด์อุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง
CEG ชี้โอกาสลงทุนโซลาร์รับ Energy Transition ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ ESG และ Net Zero ตั้งเป้าปี 69 โต 100% รับดีมานด์อุตสาหกรรมและโครงการ PPA ที่ขยายตัว
KEY
POINTS
- CEG (โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น) ชี้โอกาสลงทุนโซลาร์รับ Energy Transition ช่วยธุรกิจลดต้นทุน ตอบโจทย์ ESG และ Net Zero ตั้งเป้าปี 69 โต 100% รับดีมานด์อุตสาหกรรมและโครงการ PPA ที่ขยายตัว
- รุกธุรกิจโซลาร์เซลล์ครบวงจร (Solar EPC) โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อช่วยภาคธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนจากการลงทุน
- บริษัทมุ่งสนับสนุนธุรกิจไทยในการลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่ Net Zero
- CEG คาดการณ์การเติบโตเกือบ 100% ในปี 2569 เพื่อตอบสนองความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรม
ในยุคที่ทั่วโลกมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) พลังงานแสงอาทิตย์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของภาคธุรกิจไทย การขยายตัวของระบบ Solar Rooftop ในประเทศได้รับแรงหนุนจากต้นทุนที่ลดลง และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่มุ่งเป้าสู่ Net Zero ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและมีแนวโน้มเติบโตระยะยาว
ดร. รณันธร พลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ "CEG" เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดและระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Solar EPC) ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการลงทุนในรูปแบบ Private PPA
"เรามุ่งเน้นการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจริง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนทางการเงิน โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และ Optimizer ช่วยกระจายแสง รวมถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการแบบ Real-time และหุ่นยนต์ล้างแผงเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ"
ดร. รณันธร กล่าวเสริมว่า "เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนธุรกิจไทยลดต้นทุนพลังงานควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจก ตามปรัชญา 'The Choice is Yours – คุณคือผู้เลือก'"
ทั้งนี้ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์มากว่า 10 ปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20–30% ต่อปี จากการลดลงของต้นทุนการลงทุนโซลาร์เซลล์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอดีต ทำให้โซลาร์เซลล์กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของธุรกิจที่มีค่าไฟฟ้าสูง นับตั้งแต่ปี 2563 ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องสวนกระแสเศรษฐกิจ
โดยในปี 2568 รายได้จากธุรกิจโซลาร์เซลล์ของบริษัทและบริษัทในเครือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 200–300 ล้านบาท และในปี 2569 คาดว่าอัตราการเติบโตน่าจะก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเกือบ 100% จากความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคอุตสาหกรรม การขยายโครงการในรูปแบบ PPA รวมถึงการเสริมโครงสร้างหลังคา ( Reinforce )อาคารโรงงานเพื่อรองรับน้ำหนักระบบโซลาร์เซลล์ตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานใหม่"


