"สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" ปั้นเมืองคาร์บอนต่ำต้นแบบ ดันเศรษฐกิจไทย
TCMA ผนึกสระบุรี ยกระดับ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” สู่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำที่กินได้ มุ่งสร้างรายได้ชุมชน ลดการนำเข้า และพัฒนาทุนมนุษย์สู่ Smart City ยั่งยืน
KEY
POINTS
- โครงการ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" คือความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาจังหวัดสระบุรีให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
- สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจโดยเปลี่ยนขยะภาคเกษตรและชุมชนเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ลดการนำเข้าถ่านหินมูลค่ากว่า 1.2-1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น
- มุ่งขยายผลสู่ระดับประเทศและยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะ (SARABURI SANDBOX SMART) โดยเน้นการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์: จากเมืองอุตสาหกรรมสู่โมเดล Smart City คาร์บอนต่ำที่ “กินได้”
ท่ามกลางความท้าทายจากกติกาการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อม จังหวัดสระบุรีได้กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ภายใต้ความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership (PPP) ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจให้เป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำที่ประชาชนสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
การดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ขยายผลครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมสีเขียว การจัดการของเสีย เกษตรคาร์บอนต่ำ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยไม่ได้เน้นเพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมุ่งสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ในพื้นที่
ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ระบุถึงทิศทางอุตสาหกรรมว่า "การยกระดับเศรษฐกิจไทยต้องก้าวสู่ Industry 4.0 อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงระบบอัตโนมัติ แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน... เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว"
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าสระบุรีแซนด์บ็อกซ์กำลังเข้าสู่ระยะการ “ยกระดับ” และ “ขยายผล” ไปทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนต้นทุนเป็นรายได้ชุมชน
ในแง่ของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โครงการนี้สามารถลดการนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศได้กว่า 4 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 12,000–15,000 ล้านบาท
โดยเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทดแทนจากของเสียภาคเกษตรและขยะชุมชนแทน ทำให้เงินตราที่เคยไหลออกกลับมาหมุนเวียนเป็นรายได้ของเกษตรกรและ SMEs ในท้องถิ่น เปลี่ยนจากของเสีย (Waste) ให้กลายเป็นความมั่งคั่ง (Wealth) ที่จับต้องได้จริง
ก้าวต่อไปของโครงการคือการมุ่งสู่ “SARABURI SANDBOX SMART” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะ โดยเน้นการพัฒนา “ทุนมนุษย์” เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับอาชีวศึกษาเพื่อสร้างทักษะใหม่ในระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวคิด Smart Campus และ Smart Factory
นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการว่า "การลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน คือ โอกาสทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้ประชาชน 'อยู่ได้ กินได้ และเติบโตได้' โดยการขับเคลื่อนจะยึดหลัก S-M-A-R-T และการทำงานแบบ PPP ที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว เปรียบเสมือนระบบบริหารจัดการแบบไฮบริด"
ปัจจุบัน สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากองค์กรอย่าง UNIDO และ GCCA อีกทั้งยังเดินหน้าสอดรับกับแผน NDC 3.0 ของประเทศไทย เพื่อเป็นบทเรียนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน


