posttoday

10 ปีแห่ง “แสงสีฟ้า” สถานีรถไฟญี่ปุ่น พิสูจน์นวัตกรรมเล็กๆ ช่วยรักษาชีวิตคนได้

23 มกราคม 2569

นวัตกรรมเล็ก ๆ จาก “แสงสีฟ้า” บนชานชาลารถไฟญี่ปุ่น เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหวัง ช่วยลดการฆ่าตัวตายได้ถึง 84% ในรอบ 10 ปี

KEY

POINTS

  • ญี่ปุ่นนำนวัตกรรมต้นทุนต่ำอย่าง “แสงสีฟ้า” มาติดตั้งบนชานชาลาสถานีรถไฟ เพื่อแก้ปัญหาการฆ่าตัวตาย โดยใช้หลักจิตวิทยาว่าสีฟ้าช่วยสร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ลดอารมณ์รุนแรง
  • โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยผลวิจัยตลอด 10 ปีชี้ว่าสถานีที่ติดตั้งไฟสีฟ้ามีอัตราการฆ่าตัวตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 84%
  • กรณีนี้เป็นบทพิสูจน์ว่านวัตกรรมขนาดเล็กที่เน้นความเข้าใจในจิตใจมนุษย์ สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้จริง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เรื่องราวของ “แสงสีฟ้า” บนชานชาลาสถานีรถไฟในญี่ปุ่น ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของนวัตกรรมเล็กๆ ที่สร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตผู้คน โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีซับซ้อนหรือโครงการขนาดมหาศาล แต่ใช้เพียง “แสง” และความเข้าใจในจิตใจมนุษย์เป็นเครื่องมือหลักในการป้องกันโศกนาฏกรรม

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาการฆ่าตัวตายมาอย่างยาวนาน แม้อัตราจะค่อยๆ ลดลงในช่วงหลัง แต่ในระดับสากล ญี่ปุ่นยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายค่อนข้างสูง ปัจจัยเบื้องหลังมีหลากหลาย ตั้งแต่แรงกดดันทางสังคม ความคาดหวังในที่ทำงาน ปัญหาครอบครัว ความโดดเดี่ยว ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า และหนึ่งใน “สถานที่สุดท้าย” ที่หลายคนเลือกในช่วงเวลาสิ้นหวังคือ สถานีรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ มีผู้คนพลุกพล่าน และเป็นจุดตัดสินใจสำคัญในชีวิตของใครหลายคน

 

ด้วยเหตุนี้ บริษัทรถไฟและหน่วยงานด้านสาธารณสุขของญี่ปุ่นจึงพยายามหาวิธีป้องกันเหตุร้ายในสถานีรถไฟอย่างจริงจัง ไม่เพียงเพื่อรักษาชีวิตของผู้ที่กำลังทุกข์ใจ แต่ยังเพื่อลดผลกระทบทางจิตใจต่อผู้โดยสาร พนักงาน และสังคมโดยรวม เพราะทุกเหตุการณ์ไม่ได้กระทบแค่คนคนเดียว หากสะเทือนถึงผู้เห็นเหตุการณ์ ครอบครัว และชุมชนในวงกว้าง

 

หนึ่งในแนวคิดที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยวิทยาศาสตร์ คือการที่ญี่ปุ่นเลือกใช้ “แสงปรับอารมณ์” หรือ Mood Lighting จุดเริ่มต้นมาจากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิกะ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์กว่า 971 ครั้ง และพบรูปแบบที่น่าสนใจว่า หลายเหตุการณ์มักเกิดขึ้นหลังช่วงเวลาที่อากาศมืดครึ้ม มีเมฆหนา หรือฝนตกติดต่อกันหลายวัน สภาพอากาศเช่นนี้สัมพันธ์กับอารมณ์หดหู่ และอาจกระตุ้นความรู้สึกสิ้นหวังในบางคนได้ง่ายขึ้น

 

10 ปีแห่ง “แสงสีฟ้า” สถานีรถไฟญี่ปุ่น พิสูจน์นวัตกรรมเล็กๆ ช่วยรักษาชีวิตคนได้

 

จากสมมติฐานดังกล่าว นักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายจึงทดลองนำ “ไฟ LED สีฟ้า” มาติดตั้งบนชานชาลาในบางสถานี โดยเฉพาะในรถไฟสายยามาโนเตะซึ่งเป็นหนึ่งในสายหลักของกรุงโตเกียว มีการติดตั้งไฟ LED สีฟ้าเหนือชานชาลาในกว่า 29 สถานี

 

สีฟ้าถูกเลือกเพราะในทางจิตวิทยา เพราะสีนี้เชื่อมโยงกับท้องฟ้าและทะเล ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเย็นตา ช่วยลดความตึงเครียดและชะลออารมณ์รุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ

 

ตำแหน่งการติดตั้งก็ไม่ได้สุ่มเลือก แต่เน้นบริเวณส่วนท้ายของชานชาลา ซึ่งเป็นจุดที่สถิติพบเหตุการณ์บ่อยที่สุด ไฟเหล่านี้ให้ความสว่างมากกว่าหลอดทั่วไป ทำให้บรรยากาศทั้งบริเวณถูกโอบล้อมด้วยโทนสีฟ้าอย่างชัดเจน ที่สำคัญ งบประมาณในการติดตั้งตลอดสายยามาโนเตะใช้เงินเพียงประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

 

เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี ผลลัพธ์ที่ได้เกินความคาดหมาย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียวรายงานว่า สถานีที่มีการติดตั้งไฟสีฟ้ามีอัตราการฆ่าตัวตายลดลงมากถึง 84% และยังพบว่าแสงสีฟ้าให้ผลชัดเจนเป็นพิเศษในช่วงวันที่พยากรณ์อากาศระบุว่าจะไม่มีแสงแดดติดต่อกันหลายวัน ข้อค้นพบนี้ตอกย้ำว่า ปัจจัยแวดล้อมเล็ก ๆ สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ได้พึ่งพาแสงสีฟ้าเพียงอย่างเดียว ในระยะยาว รัฐบาลและบริษัทรถไฟยังลงทุนติดตั้งประตูและรั้วกั้นบนชานชาลา เพื่อป้องกันการพลัดตกหรือการกระโดดลงรางโดยตรง มีแผนจะติดตั้งให้ครบ 243 สถานีในกรุงโตเกียวภายในปี 2032 โครงการนี้ใช้งบประมาณสูงถึงหลักแสนล้านบาท เนื่องจากอุปกรณ์มีราคาสูง และหลายสถานีต้องปรับโครงสร้างใหม่ให้รองรับระบบความปลอดภัยดังกล่าว

 

แม้งบประมาณจะสูงมาก แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์ และผลกระทบทางสังคมที่หลีกเลี่ยงได้ เงินลงทุนเหล่านี้กลับดูเล็กน้อยลงทันที นโยบายของญี่ปุ่นสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การป้องกันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการยิ่งใหญ่เสมอไป บางครั้งการเปลี่ยน “บรรยากาศ” เล็กน้อยในพื้นที่สาธารณะ ก็สามารถสร้างโอกาสให้ใครบางคนหยุดคิด หายใจลึก ๆ และเลือกเดินต่อไปอีกวัน

 

เรื่องราวของแสงสีฟ้าบนชานชาลา จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมด้านการออกแบบเมือง แต่เป็นบทเรียนด้านมนุษยธรรมว่า เมืองที่ดีไม่ใช่แค่เมืองที่ทันสมัยหรือสะดวกสบาย หากต้องเป็นเมืองที่เข้าใจอารมณ์ ความเปราะบาง และคุณค่าของชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

SA ส่งร้าน PESTO บุกสุขุมวิท 31 ชูพาสต้าเส้นสดสูตรอิตาเลียน