
การ์มินทุ่ม 3 พันล้าน! ตั้งฐานผลิตแห่งแรกอาเซียน ชูไทยฮับอิเล็กทรอนิกส์
บีโอไอไฟเขียว! Garmin ลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท สร้างโรงงาน Smart Watch/GPS Navigator แห่งแรกในเอเชียที่ชลบุรี ย้ำไทยคือศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญให้กับบริษัท การ์มิน (Garmin) ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะแบรนด์ดังระดับโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฐานการผลิต Smart Watch และ GPS Navigator แห่งแรกในอาเซียน ณ จังหวัดชลบุรี การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการที่ได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมโครงการของบริษัท การ์มิน ชลบุรี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท Garmin Ltd. (Switzerland) โครงการนี้มีเป้าหมายในการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ (GPS Smart Watch) และอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ (GPS Navigator) สำหรับยานยนต์และการเดินเรือ ภายใต้แบรนด์ Garmin
ฐานการผลิตแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และถือเป็นฐานการผลิตแห่งแรกของบริษัทในภูมิภาคอาเซียน คาดการณ์ว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในปี 2569 เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
การเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต
บริษัท Garmin เป็นผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ Smart Watch และอุปกรณ์ GPS ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนักกีฬา ผู้รักสุขภาพ และนักเดินทาง โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แม้ว่าปัจจุบัน Garmin จะมีโรงงานผลิตอยู่หลายแห่งทั่วโลก เช่น จีน ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสหรัฐอเมริกา แต่บริษัทได้ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งโรงงานแห่งแรกในอาเซียน เนื่องจากปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่
1. ทำเลที่ตั้งที่ดีและอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. โครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง
3. ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ทันสมัย
4. บุคลากรที่มีคุณภาพและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดี
5. ซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจร เอื้อต่อการผลิตและรองรับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและการเสริมสร้างซัพพลายเชนไทย
โครงการลงทุนดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยครบทั้งสายการผลิต เพื่อผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีนวัตกรรมที่ให้ความแม่นยำในการตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง
ตัวอย่างเทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วย
• เซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์
• เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อวัดความเร็วและระยะทาง
• เทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่ Smart Watch
• ระบบนำทางหรือเทคโนโลยีรับข้อมูลสภาพอากาศและกระแสน้ำแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเดินเรือและการวางแผนเส้นทาง
อุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ ผ่านระบบไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต
นายนฤตม์กล่าวเน้นย้ำว่า การที่ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะระดับโลกอย่าง Garmin ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกในอาเซียน ถือเป็นเครื่องยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนนี้แสดงให้เห็นว่าการมุ่งพัฒนาซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ก่อให้เกิดการเกื้อหนุนกันและส่งผลให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต
ทั้งนี้ ตั้งแต่บีโอไอเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ใหม่เมื่อปี 2566 จนถึงเดือนกันยายน 2568 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 1,035 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 760,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนในกิจการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ จำนวน 44 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 92,700 ล้านบาท







