
พริมา มารีน เดินหน้า “พริมาอาสา ปี 6” ปลูกป่าชายเลน สร้างอนาคตเยาวชน
พริมา มารีน สานต่อ “พริมาอาสา ปี 6” ปลูกโกงกาง 2,000 ต้น ฟื้นฟูป่าชายเลน พร้อมแนะแนวเส้นทางอาชีพพาณิชย์นาวี สู่ความยั่งยืน
“พริมา มารีน” เดินหน้า “พริมาอาสา ปี 6” สร้างกำแพงมีชีวิต ฟื้นป่าชายเลน–จุดประกายอาชีพพาณิชย์นาวี
พริมา มารีน เดินหน้าโครงการ “พริมาอาสา ปี 6” สานต่อภารกิจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ภายใต้แนวคิด “สร้างกำแพงมีชีวิต ปลูกพลังสังคม สู่ความยั่งยืน” พร้อมปลูกโกงกาง 2,000 ต้น และต่อยอดกิจกรรม “พริมาอาสา แนะน้องต่ออนาคต” ถ่ายทอดเส้นทางอาชีพพาณิชย์นาวีแก่เยาวชน
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อโครงการ “พริมาอาสา ปี 6” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่อง 2 ส่วน ทั้งการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ณ พื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จังหวัดสมุทรสาคร
และกิจกรรมแนะแนวอาชีพให้แก่นักเรียนพาณิชย์นาวี ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569
สร้าง “กำแพงมีชีวิต” ด้วยต้นโกงกาง 2,000 ต้น
กิจกรรมช่วงเช้าภายใต้ชื่อ “พริมาอาสา ปี 6 ครั้งที่ 1 : สร้างกำแพงมีชีวิต ปลูกพลังสังคม สู่ความยั่งยืน” มุ่งให้พนักงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วมโดยตรงในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน ผ่านการเพาะฝักโกงกาง การปลูกต้นโกงกาง และการเรียนรู้ระบบนิเวศของพื้นที่ โดยภารกิจสำคัญคือการปลูกต้นโกงกางลงแปลงจำนวน 2,000 ต้น ควบคู่กับการเก็บและคัดแยกขยะบริเวณพื้นที่ปลูก
นายปกาศิต คำแสง ผู้อำนวยการสายงานเทคนิค บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้กล่าวเปิดกิจกรรมและนำเสนอที่มาของกิจกรรม โดยมีนายทนงค์ ฉายาวัฒนะ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน กล่าวต้อนรับ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลนแห่งนี้
พื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลนของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จังหวัดสมุทรสาคร เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ Living Lab เพื่อเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ปฏิบัติจริงด้านระบบนิเวศป่าชายเลน
โดย มจธ. ได้รับที่ดิน 4 แปลง รวมประมาณ 136 ไร่ และเริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2565 มุ่งฟื้นฟูป่าชายเลนให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนและห้องเรียนธรรมชาติสำหรับนักศึกษา ผู้เยี่ยมชม และชุมชน ปัจจุบันมีการปลูกโกงกางจนเกือบเต็มพื้นที่ทั้ง 4 แปลง และมีแผนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีความพร้อมด้านวิชาการมากขึ้น
ในส่วนของการสนับสนุนพื้นที่นายพร้อมพงษ์ ชัยศรีสวัสดิ์สุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทในการมอบอุปกรณ์เพื่อพัฒนาพื้นที่การศึกษาป่าชายเลน ขณะที่พื้นที่การเรียนรู้ฯ ได้ส่งมอบกล้าไม้และฝักโกงกางให้ทีมพริมาอาสานำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่อไป
อีกหนึ่งแนวคิดที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าคือการนำ เชือกที่ใช้ในการเดินเรือ ซึ่งผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยทีมพริมาอาสาได้นำเชือกเก่ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของสะพานในพื้นที่เรียนรู้ป่าชายเลน
ด้านการเรียนรู้ภาคสนามนายผดุง บุญเพ็ชร ผู้จัดการพื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน มจธ. จังหวัดสมุทรสาคร รับหน้าที่แนะนำกิจกรรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะกล้าไม้โกงกาง ก่อนนำผู้เข้าร่วมเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลน
จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงพื้นที่ปลูกต้นโกงกางจำนวน 2,000 ต้น พร้อมร่วมกันเก็บขยะบริเวณท้ายแปลงปลูก โดยกิจกรรมถูกออกแบบให้การฟื้นฟูพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่ครอบคลุมถึงการดูแลสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้พื้นที่ป่าชายเลนกลับมาเป็นระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
จากภารกิจรักษ์โลก สู่การ “แนะน้องต่ออนาคต”
นอกจากภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการ “พริมาอาสา ปี 6” ยังต่อยอดไปสู่มิติด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน โดยในช่วงบ่ายจัดกิจกรรม “พริมาอาสา แนะน้องต่ออนาคต (ปีที่ 6)” ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30–15.20 น.
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพในสายงานพาณิชย์นาวี ภายใต้แนวคิด “จากนักเรียนพาณิชย์นาวี สู่เส้นทางอาชีพนายเรือและกัปตันเรือบรรทุกน้ำมัน” โดยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้พูดคุย ซักถาม และรับฟังประสบการณ์จากผู้ที่ทำงานในสายอาชีพโดยตรง
หนึ่งในวิทยากรสำคัญคือนายบวรศักดิ์ สมจิตต์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ไอ.เอ็ม. ชิพ แมนเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งได้รับเชิญมาแนะนำบริษัทและถ่ายทอด “หัวใจสำคัญของสายงานอาชีพพาณิชย์นาวี” ให้แก่นักเรียนพาณิชย์นาวี พร้อมเปิดช่วงถาม–ตอบ เพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพโดยตรง
กิจกรรมยังประกอบด้วยกิจกรรมสันทนาการ การมอบของที่ระลึก และการถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง และช่วยให้นักเรียนได้เห็นภาพเส้นทางการทำงานในอุตสาหกรรมพาณิชย์นาวีมากขึ้น
CSR ที่เชื่อม “สิ่งแวดล้อม–การศึกษา” เข้าด้วยกัน
ภาพรวมของ “พริมาอาสา ปี 6” จึงไม่ได้มุ่งเฉพาะการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในระยะสั้น แต่เชื่อมโยงภารกิจ 2 ด้านเข้าด้วยกัน ทั้ง การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการปลูกป่าชายเลนและดูแลพื้นที่ และ การพัฒนาคน ผ่านการให้ความรู้และแนะแนวเส้นทางอาชีพแก่เยาวชน
สำหรับกิจกรรมฟื้นฟูป่าชายเลน เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้าง “กำแพงมีชีวิต” จากแนวป่าชายเลน ขณะที่กิจกรรม “แนะน้องต่ออนาคต” มุ่งสร้างความรู้และแรงบันดาลใจให้เยาวชนมองเห็นโอกาสในสายงานพาณิชย์นาวี ซึ่งเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลักของบริษัท
การเดินหน้ากิจกรรม “พริมาอาสา ปี 6” จึงสะท้อนการนำศักยภาพขององค์กรและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านทั้งการลงมือฟื้นฟูธรรมชาติและการส่งต่อความรู้ให้คนรุ่นใหม่ โดยมี “ป่าชายเลน” และ “อนาคตของเยาวชน” เป็นสองพื้นที่สำคัญของการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว







