
“การดี” ถูกฟ้องปมตรวจสอบงบ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ตั้งข้อสังเกตฟ้องปิดปาก
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับหมายศาล หลังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าโครงการ TH-AI Passport ยืนยันพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเดินหน้าตรวจสอบต่อ
KEY
POINTS
- ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกบริษัทเอกชน 2 แห่งฟ้องร้องความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
- สาเหตุมาจากการโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีงบประมาณ 1,600 ล้านบาท
- ดร.การดีตั้งข้อสังเกตว่าการฟ้องร้องครั้งนี้อาจมีลักษณะเป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก แต่ยืนยันจะทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไป
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องจากศาล หลังบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ยื่นฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport วงเงินงบประมาณ 1,600 ล้านบาท (คลิ๊กต้นฉบับ)
ดร.การดีระบุว่า ศาลกำหนดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 28 กันยายน 2569 โดยประเด็นที่ถูกฟ้องเกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณและคุณภาพของโครงการดังกล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดีครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามว่า อาจมีลักษณะเป็นการฟ้องปิดปาก หรือเป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อสร้างภาระแก่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่
ดร.การดียืนยันว่า เนื้อหาในโพสต์ดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามตามหลักวิชาการ หลักจริยธรรม และบทบาทของฝ่ายค้าน โดยไม่ได้ระบุชื่อหรือพาดพิงถึงบริษัทผู้ฟ้องทั้ง 2 แห่ง พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ได้นำประเด็นดังกล่าวจัดทำเป็นหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอให้ตรวจสอบและชี้แจงตามกระบวนการ
“การปวารณาตัวมาเป็นนักการเมือง เราคือผู้แทนราษฎร สิ่งที่ดิฉันทำอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงการนี้ ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนตัวหรือประโยชน์อื่นใด แต่มุ่งเน้นประโยชน์จากภาษีของประชาชนเป็นที่ตั้ง” ดร.การดีกล่าว
ดร.การดียังตั้งคำถามต่อสังคมว่า ผู้ที่ตั้งคำถามเพื่อค้นหาความจริงและรักษาประโยชน์ส่วนรวมควรต้องกลายเป็นจำเลยหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และจะไม่ยุติบทบาทตรวจสอบการใช้งบประมาณของภาครัฐ
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า แม้เผชิญการฟ้องร้อง แต่จะยังคงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบความคุ้มค่าของเงินภาษีและประเด็นที่อาจมีความไม่ชอบมาพากลอย่างเข้มแข็ง โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก







