
ค้าปลีกกลับมาเด่น! กำไรโต บัวหลวงชู CPALL-CRC-CPN โดดเด่นรับบริโภค-ท่องเที่ยวฟื้น
บล.บัวหลวง กลับมาเพิ่ม Coverage กลุ่มค้าปลีก มองยุคใหม่ของหุ้นค้าปลีกไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่อัตรากำไรกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนกำไร หลังไตรมาส 2/2569 กำไรกลุ่มโต 11% แม้ยอดขายเพิ่มเพียง 3% พร้อมชี้ Valuation หลายหุ้นปรับลดลงมากเกินไป เลือกหุ้นเด่น CPALL, CRC และ CPN รับแรงหนุนมาร์จิ้นฟื้น การบริโภค และนักท่องเที่ยว
KEY
POINTS
- บล.บัวหลวง กลับมาเพิ่ม Coverage กลุ่มค้าปลีก มองยุคใหม่หุ้นค้าปลีกไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่อัตรากำไรกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญ
- หลังไตรมาส 2/2569 กำไรกลุ่มโต 11% แม้ยอดขายเพิ่มเพียง 3% พร้อมชี้ Valuation หลายหุ้นปรับลดลงมากเกินไป
- เลือกหุ้นเด่น CPALL, CRC และ CPN รับแรงหนุนมาร์จิ้นฟื้น การบริโภค และนักท่องเที่ยว
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวงกลับมาเพิ่ม Coverage กลุ่มค้าปลีก โดยนำเสนอ “MORE (Margin expansion, Outlook recovery, ROE expansion, and Enticing valuations)” ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรเชิงโครงสร้างจะเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไร
ขณะที่การฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยวจะสร้างอัพไซด์ โดย CPALL, CPN และ CRC เป็น 3C picks ของเรา
กำไรกลุ่มค้าปลีก Q2/69 เติบโต
กำไรหลักรวมของหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่เราให้คำแนะนำในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 11% YoY เทียบกับยอดขายที่เติบโตเพียง 3% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 40bps YoY สะท้อนว่าการเติบโตของกำไรในปัจจุบันได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไรเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม
ขณะที่ ROE เฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกเพิ่มขึ้นราว 60bps ในช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 โดยไม่ได้เพิ่มภาระหนี้ ประกอบกับกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งช่วยหนุนคุณภาพของกำไร
กำไรครึ่งปีหลังพุ่ง 5%
คาดกำไรรวมของกลุ่มค้าปลีกในครึ่งหลังของปี 2569 เพิ่มขึ้น 5% YoY และทรงตัว HoH โดยมีแรงหนุนจากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น YoY ในไตรมาส 4/69
ขณะที่ประมาณการยอดขายส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของบริษัท โดยการขยายตัวของอัตรากำไรยังคงเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกำไร
มูลค่าหุ้นค้าปลีกน่าสนใจ
แม้การเติบโตของกำไรที่ชะลอตัวลงจะส่งผลให้หุ้นควรซื้อขายที่ระดับมูลค่าที่ต่ำลง แต่เรามองว่าการปรับลดมูลค่าหุ้นที่เกิดขึ้นนั้นมากเกินไป
โดยดัชนี COMM เพิ่มขึ้นเพียง 12% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เทียบกับ SET ที่เพิ่มขึ้น 27% ขณะที่ PER ปี 2570 ของหุ้นในกลุ่มเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ถึง 1.0 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ตัวอย่างเช่น CPALL ซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 12 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แม้ ROE จะเกือบเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา
โดยมองว่าการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นมีแนวโน้มขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสที่สัดส่วนการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของกระแสเงินสดอิสระ
ค้าปลีกสินค้าจำเป็น-สินค้าฟุ่มเฟือยเด่น
สำหรับการให้น้ำหนักการลงทุนรายกลุ่มย่อย เราให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นและสินค้าฟุ่มเฟือย
ขณะที่ให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาดสำหรับกลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน (HD&C) ซึ่งแนวโน้มการเติบโตของกำไรปี 2570 มีจำกัด เนื่องจากแรงหนุนจากอัตรากำไรชั่วคราวจะทยอยหมดลง
3 หุ้นเด่น
หุ้นที่แนะนำซื้อ ได้แก่ CPALL จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่แข็งแกร่ง การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรเชิงโครงสร้างและการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ขณะที่ซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 12 เท่า
CRC มีจุดเด่นจากการเติบโตของกำไรที่ขับเคลื่อนด้วยอัตรากำไร การดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยว
ขณะที่ CPN เป็นหุ้นที่มีรายได้ประจำ หนุนจากอัตราการเช่าพื้นที่ที่สูง แผนการขยายสาขาที่ชัดเจน และโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ที่มา: บทวิเคราะห์ Commerce (Retail): 3Cs x MORE! ประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2569







