posttoday
สายบุรีรัมย์ส่งสัญญาณ ปรับครม.เขย่าเก้าอี้ ก่อนสิ้นพฤศจิกายน69

สายบุรีรัมย์ส่งสัญญาณ ปรับครม.เขย่าเก้าอี้ ก่อนสิ้นพฤศจิกายน69

31 กรกฎาคม 2569

เสียงจากบุรีรัมย์ดังชัดว่าเก้าอี้รัฐมนตรีกำลังสั่น ก่อนเดือนพฤศจิกายน ผลงานจะเป็นใบผ่านทาง ขณะที่ข่าวฉาว โควตา และเกมอำนาจ กำลังชี้ชะตา ครม.อนุทินปลายปีนี้

KEY

POINTS

  • มีสัญญาณจากสายบุรีรัมย์ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อแก้ปัญหาแรงเสียดทานและฟื้นความเชื่อมั่นของรัฐบาล
  • เกณฑ์หลักในการตัดสินชะตารัฐมนตรีจะวัดจาก "ผลงาน" ที่เป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการจัดสรรโควตาอำนาจภายในกลุ่มการเมืองเพื่อลดแรงกระเพื่อม
  • รัฐมนตรีที่ผลงานไม่เข้าเป้าหรือมีข่าวฉาวเสี่ยงถูกปรับออก ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่าบางคนอาจได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปดูแลงานด้านเศรษฐกิจ

สัญญาณจากศูนย์กลางอำนาจสายบุรีรัมย์ทำให้บรรยากาศภายในคณะรัฐมนตรีไม่เหมือนเดิม กระแสการปรับ ครม.ถูกส่งต่ออย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่น่าจะล่าช้าเกินเดือนพฤศจิกายน 2569

 

แม้รายชื่อผู้ที่จะถูกปรับออกหรือขยับตำแหน่งยังไม่มีข้อยุติ แต่สิ่งที่เริ่มเห็นชัดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ต้องการเขย่าการทำงานของรัฐบาลด้วยวิธีการปรับครม.หลังต้องเผชิญแรงเสียดทานจากข่าวฉาวหลายด้าน ทั้งปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น ความไม่พอใจต่อเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดจนเสียงวิจารณ์ว่ารัฐมนตรีบางคนยังไม่สามารถสร้างผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้

 

การปรับครั้งนี้มีเดิมพันอยู่ที่การฟื้นความเชื่อมั่นของรัฐบาลก่อนเข้าสู่ช่วงการเมืองปลายปี

ผลงานคือใบผ่าน โควตาคือสมการอำนาจ

ข้อมูลที่ปรากฏชี้ว่า เกณฑ์สำคัญในการตัดสินชะตารัฐมนตรีจะอยู่ที่ “ผลงาน” ใครไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน หรือปล่อยให้กระทรวงตกเป็นเป้าของกระแสวิจารณ์ ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปรับออก เปิดทางให้บุคคลใหม่เข้ามาเร่งเครื่องแทน

 

ทว่า การประเมินผลงานไม่ใช่ปัจจัยเดียว เพราะการจัดสรรโควตาภายในพรรคและระหว่างกลุ่มการเมืองยังเป็นอีกสมการสำคัญ การปรับ ครม.จึงอาจถูกใช้เพื่อจัดระเบียบสัดส่วนอำนาจ ให้แต่ละกลุ่มได้รับตำแหน่งอย่างลงตัว และลดแรงกระเพื่อมที่สะสมอยู่ภายใน

 

อีกเป้าหมายหนึ่งคือความพยายามส่งฝ่ายการเมืองเข้าไปกำกับการทำงานของกลุ่มข้าราชการประจำและเทคโนแครต โดยเฉพาะกระทรวงเกรดเอ ซึ่งมีทั้งงบประมาณและนโยบายที่ส่งผลโดยตรงต่อฐานเสียงรัฐบาล

 

โจทย์ของฝ่ายการเมืองคือทำอย่างไรให้นโยบายจากส่วนกลางเดินทางไปถึงประชาชนระดับรากหญ้าได้เร็วขึ้น ไม่ติดอยู่ในระบบราชการหรือการบริหารแบบเทคนิคที่ประชาชนมองไม่เห็นผลลัพธ์

“ลูกเทพ” กับวันที่ผลงานถูกตั้งคำถาม

 

หนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับตามองคือรัฐมนตรีที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรค แต่ผลงานยังไม่โดดเด่นจนถูกเรียกเชิงเปรียบเทียบว่าเป็นกลุ่ม “ลูกเทพที่ผลงานไม่เทพ”

ชื่อของ บุณย์ธิดา สมชัย หรือ “รัฐมนตรีแนน” ถูกกล่าวถึงจากเสียงวิจารณ์ว่า ยังไม่มีบทบาทช่วยแบ่งเบาภาระรัฐมนตรีว่าการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดข้อถกเถียงเรื่องโครงการ TH-AI Passport 

 

แต่ด้วยสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในพรรค ทำให้มีการประเมินว่า แม้จะถูกขยับตำแหน่งก็อาจยังไม่ถึงขั้นหลุดจาก ครม.

 

อีกชื่อคือ วรสิทธิ์ เรียงประสิทธิ์ ซึ่งถูกจับตาจากกระแสข่าวเกี่ยวกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลในครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้อง ประเด็นนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาที่ต้องรอการตรวจสอบ แต่ย่อมสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อสถานะรัฐมนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ส่วน เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ถูกมองว่าบทบาทในรัฐบาลยังไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับบุคคลอื่นในตระกูล จึงเกิดกระแสว่าอาจมีการปรับสมดุล เพื่อให้เหลือตัวแทนจากตระกูลไทยเศรษฐ์ใน ครม.เพียงคนเดียว

 


ฉายาจากข้าราชการ สัญญาณเตือนหลังประตูกระทรวง


นอกจากรายชื่อที่ถูกเปิดเผยแล้ว ยังมีรัฐมนตรีบางคนที่ถูกกล่าวถึงผ่านฉายาจากข้าราชการภายในกระทรวง สะท้อนความอึดอัดที่กำลังก่อตัวอยู่หลังประตูห้องทำงาน


“โก๋แก่” เป็นฉายาของรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปล้วงลูกการใช้งบประมาณแทบทุกระดับ ตั้งแต่งบก้อนใหญ่ไปจนถึงงบประชาสัมพันธ์หลักแสนบาท จนทำให้ข้าราชการรู้สึกกดดันและไม่กล้าตัดสินใจ


ขณะที่ “รัฐมนตรีสายมู” ถูกอธิบายว่าเป็นรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงเกรดเอ ซึ่งใช้เวลาไปกับการเดินสายทำบุญและประกอบพิธีเสริมดวง มากกว่าการติดตามงานราชการอย่างต่อเนื่อง บางครั้งระหว่างลงพื้นที่ยังแยกตัวไปทำพิธี จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่างานสำคัญของกระทรวงไม่เดินหน้าเท่าที่ควร


ส่วน “รัฐมนตรีชิงซีน” ถูกมองว่าอยู่ในภาวะหวาดระแวงว่าจะหลุดจากตำแหน่ง จึงพยายามสร้างกระแส ตรวจสอบข่าวการปรับ ครม. และแย่งพื้นที่สื่อจากรัฐมนตรีว่าการ เพื่อยืนยันว่าตนเองยังมีบทบาททางการเมือง


ฉายาเหล่านี้ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ความผิด แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับระบบราชการ ซึ่งอาจถูกนำไปประกอบการตัดสินใจในช่วงจัดโผรอบสุดท้าย


“ภราดร” ลุ้นขยับคุมเกมเศรษฐกิจฐานราก


ท่ามกลางรายชื่อที่เสี่ยงถูกปรับออก ยังมีคนที่ถูกจับตาว่าอาจได้รับข่าวดี โดยเฉพาะ ภราดร ปริศนานันทกุล หรือ “รัฐมนตรีแบต” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


กระแสภายในระบุว่า ภราดรอาจถูกขยับไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรง และเพิ่มน้ำหนักของฝ่ายการเมืองในกระทรวงที่ขับเคลื่อนโดยข้าราชการและเทคโนแครตเป็นหลัก


การขยับดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง จะสะท้อนทิศทางของรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากตัวเลขบนเอกสาร ให้กลายเป็นมาตรการที่ประชาชนในพื้นที่รับรู้และสัมผัสได้มากขึ้น

 

รอผ่านศึกซักฟอก ก่อนเปิดเกมเขย่าเก้าอี้


ช่วงเวลาของการปรับ ครม.ยังถูกผูกไว้กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีแนวโน้มว่าจะยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนการซักฟอก เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่านายกรัฐมนตรีปรับรัฐมนตรีเพื่อหลบหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน


กรอบเวลาที่ถูกจับตามองจึงอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน และยิ่งวันตัดสินใกล้เข้ามา ภาพรัฐมนตรีเร่งลงพื้นที่ เปิดโครงการ และจัดกิจกรรมใหญ่แทบทุกสัปดาห์ก็ยิ่งปรากฏชัด


เบื้องหน้าคือการเร่งสร้างผลงานให้ประชาชนเห็น แต่เบื้องหลังคือการแข่งขันเพื่อรักษาชื่อของตัวเองให้อยู่บนกระดานอำนาจให้นานที่สุด


สรุปได้ว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้จะกู้ศรัทธาของรัฐบาลได้หรือไม่ อาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนเก้าอี้ซึ่งถูกสลับเปลี่ยน แต่อยู่ที่คำตอบว่า คนใหม่ที่เข้ามาจะทำงานต่างจากคนเดิมเพียงใด เพราะหากเปลี่ยนเพียงรายชื่อ แต่ระบบการใช้อำนาจและการแบ่งโควตายังคงเดิม การเขย่า ครม.ก็อาจเป็นเพียงเสียงดังชั่วคราว ก่อนทุกอย่างกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

แบนกันเข้าไป! เมื่อสหรัฐฯประกาศแบนหุ่นยนต์ Humanoid จากจีน

แบนกันเข้าไป! เมื่อสหรัฐฯประกาศแบนหุ่นยนต์ Humanoid จากจีน