
SET ลุ้นรีบาวด์ ตามหุ้นเทคฯ โลก จับตาประชุม OPEC+ วันที่ 2 ส.ค.นี้
InnovestX คาด SET รีบาวด์ หนุนจากกลุ่มอิเล็กฯ ที่น่าจะฟื้นตัวตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech สหรัฐฯ จับตา PTTEP รายงานงบไตรมาม 2/69 วันนี้ และประชุม OPEC+ วันที่ 2 ส.ค.นี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ HANA และ TRUE
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวขึ้นตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือการประชุมกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ในวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
- ตลาดยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET รีบาวด์ หนุนจากกลุ่มอิเล็กฯ ที่น่าจะฟื้นตัวตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech สหรัฐฯ รวมทั้งคาดมีแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ที่ลงแรงวานนี้ ขณะที่สถานการณ์โจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้บ้าง วันนี้ติดตามการรายงานงบฯ ไตรมาส 2/2569 ของ PTTEP ส่วนสุดสัปดาห์นี้จับตาการประชุม OPEC+ วันที่ 2 ส.ค. คาดเพิ่มกำลังผลิตอีก 1.88 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.ย. ทางเทคนิคดัชนีลงทดสอบกรอบล่าง uptrend แต่ไม่หลุด 1590 มองรีบาวด์ช่วงสั้น
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ขณะที่เฟดมีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AΜΑΤΑ
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ HMPRO PTTEP GLOBAL TRUE ADVANC GULF PTTGC
2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไรไตรมาส 2-4/2569 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU
3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่าง พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด
4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ HANA ระยะสั้นคาดได้ Sentiment บวกตามการฟื้นตัวที่โดดเด่นของหุ้นเทคฯ โลก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค.2569 เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดฟื้นตัวตามอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ในภาพรวม เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.75 บาท
TRUE คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยเห็นการเติบโตในทุกธุรกิจ (โทรศัพท์เคลื่อนที่, FBB, PayTV) คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะเติบโต 62%YoY และ 3%QoQ และอาจจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาท/หุ้น (Div. Yield 1.0%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.90 บาท







