
แบนกันเข้าไป! เมื่อสหรัฐฯประกาศแบนหุ่นยนต์ Humanoid จากจีน
สหรัฐฯ ขยายมาตรการสกัดจีน สั่งแบนหุ่นยนต์ Humanoid จากประเทศคู่แข่ง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ท่ามกลางศึกชิงผู้นำอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ AI
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายห้ามกระทรวงกลาโหมจัดซื้อหรือใช้หุ่นยนต์ Humanoid จากจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
- ความกังวลหลักคือหุ่นยนต์อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม รวบรวมข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือสร้างช่องโหว่ต่อปฏิบัติการทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
- นอกเหนือจากเหตุผลด้านความมั่นคง การแบนยังถูกมองว่าเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และสายการบินต่างๆ ก็ได้สั่งห้ามนำหุ่นยนต์ขึ้นเครื่องบินเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่
การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่าง สหรัฐฯ และ จีน ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกวัน จากเดิมที่เริ่มทยอยแบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สกัดกั้นเทคโนโลยีหลายชนิดไม่ให้ทั้งส่งออกและนำเข้ามาใช้งาน ด้วยประเด็นทางความมั่นคงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองมหาอำนาจยิ่งทวีความรุนแรง
และล่าสุดข้อห้ามเหล่านี้กำลังจะบานปลายไปถึงหุ่นยนต์ Humanoid
สหรัฐฯสั่งแบนหุ่นยนต์ Humanoid จากจีน
ที่ผ่านมาตรการจำกัดขอบเขตทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯที่มีต่อจีนได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม และโดรน แต่ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯได้ผ่านกฎหมายป้องกันประเทศฉบับใหม่ ที่ห้ามไม่ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ทำการเช่า จัดซื้อ หรือนำระบบหุ่นยนต์ Humanoid จากประเทศปรปักษ์อย่างจีน รัสเซีย และอิหร่านมาใช้งาน
เหตุผลหลักของแนวคิดนี้มาจากประเด็นความมั่นคงของชาติ เนื่องจากหุ่นยนต์เหล่านี้มีระบบการทำงานอัตโนมัติขั้นสูง อาจสามารถตรวจสอบ ดักจับ และรวบรวมข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง หรืออาจถูกแทรกแซงเพื่อสร้างช่องโหว่และจุดอ่อนให้แก่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯได้
เมื่อรัฐบาลเริ่มขยับภาคส่วนอื่นในประเทศก็ตามมา สายการบินในสหรัฐฯก็ทยอยออกกฎห้ามนำหุ่นยนต์ Humanoid ขึ้นเครื่องบินพาณิชย์เช่นกัน เนื่องจากหุ่นยนต์กลุ่มนี้ยากต่อการจัดการอย่างถูกต้องจนอาจทำให้เกิดอันตราย โดยมีสายการบินที่ประกาศมาตรการนี้ได้แก่ United Airlines, Southwest Airlines และ Delta Air Lines
ล่าสุด คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ก็ได้ตัดสินใจเพิ่มรายการอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่หุ่นยนต์ Humanoid, หุ่นยนต์สี่ขา หรือแม้แต่เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ในรายชื่ออุปกรณ์ที่ถูกสั่งห้าม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จากประเทศจีนไม่สามารถนำเข้าประเทศได้อีกต่อไป
เหตุผลที่ถูกนำมากล่าวอ้างยังเป็นประเด็นทางความมั่นคงของชาติ ด้วยมุมมองว่าหากปล่าอยให้อุปกรณ์ต่างชาตาสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายเข้ามาในระบบบ อาจสร้างความเสี่ยงและช่องโหว่ร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจที่เป็นรากฐานของประเทศได้
นี่เป็นเหตุผลที่ถูกหยิบยกขึ้นมารองรับการสั่งแบนเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากจีนในครั้งนี้
ประเด็นการสั่งแบน ที่นับเป็นการเฝ้าระวังล่วงหน้า
แน่นอนการสั่งแบนในครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย ประเด็นทางความมั่นคงเองก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจากหุ่นยนต์ Humanoid รุ่นใหม่ มักมีการติดตั้งกล้อง ไมโครโฟน และเซ็นเซอร์ขั้นสูงที่ทำงานควบคู่กับระบบ AI ทำให้สามารถเก็บข้อมูลพิกัดและสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ หากนำมาใช้งานทางการทหารอาจเสี่ยงต่อการข้อมูลรั่วไหลอย่างกว้างขวาง
หุ่นยนต์เหล่านี้ยังสามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตหรือคลาวด์ตลอดเวลา ทำให้เสี่ยงต่อการเข้ามาสอดแนมและควบคุมจากระยะไกลจากผู้ไม่หวังดี จนอาจกลายเป็นช่องทางการเข้าถึงของบุคคลภายนอกโดยอาศัยช่องโหว่ความปลอดภัยไซเบอร์ หรือการแทรกแซงจากรัฐบาลจีนในการเข้าถึงข้อมูลได้
กรณีสายการบินเชิงพาณิชย์เองก็เช่นกัน หุ่นยนต์ Humanoid ส่วนใหญ่อาศัยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการขับเคลื่อน สิ่งนี้นับเป็นของแสลงในสายการบินจากภาวะความร้อนสูงเกิน ที่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟและการระเบิด ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงขั้นวิกฤติในสายการบินจากแค่พาวเวอร์แบงค์เพียงลูกเดียว
เมื่อขยับเทคโนโลยีมาเป็นหุ่นยนต์ Humanoid ที่มีขนาดและความจุไฟฟ้าใหญ่ขึ้นเรื่องจึงยิ่งซับซ้อน โดยเฉพาะปัจจุบันที่ยังไม่มีมาตรการตรวจสอบ กำกับดูแล และควบคุมหุ่นยนต์ Humanoid อย่างรัดกุมด้วยแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการสั่งแบนจากสายการบินเชิงพาณิชย์อย่างเด็ดขาด และอาจกลายเป็นมาตรการมาตรฐานของอีกหลายประเทศต่อไป
เหตุผลที่แท้จริง ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
ถ้าลองมองเชิงลึกไปอีกขั้น คำสั่งแบนหุ่นยนต์ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงประเด็นความมั่นคง แต่เป็นความพยายามปกป้องตลาดในประเทศของสหรัฐฯ เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในจีนกำลังเฟื่องฟูจนครองสัดส่วนตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลกปี 2025 กว่า 80% สามารถผลิตหุ่นยนต์ Humanoid ออกสู่ตลาดได้มากกว่าสหรัฐฯหลายสิบเท่า
สาเหตุที่เป็นแบบนั้นมาจากการที่จีนมีข้อได้เปรียบมากกว่าในหลายด้าน ทั้งห่วงโซ่ในการผลิตครบวงจร ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ประกอบกับการสนับสนุนเข้มข้นจากภาครัฐ ทำให้หุ่นยนต์จีนก้าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมจนทดสอบใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมต้นทุนที่ถูกกว่าหุ่นยนต์จากสหรัฐฯหลายเท่า
นี่อาจเป็นเหตุผลให้สหรัฐฯต้องรีบออกมาสกัดและสั่งแบนหุ่นยนต์จากจีนอย่างรวดเร็ว แบบเดียวกับที่เคยสั่งแบนชิป โดรน ตลอดจนเครือข่ายโทรคมนาคม 5G เพื่อป้องกันการครอบงำและผูกขาดตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติมีอำนาจจนเกินไป และส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด
นับเป็นการเดินเกมป้องกันล่วงหน้า เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในอนาคต
ในทางหนึ่งความกังวลของสหรัฐฯเองก็ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย ที่ผ่านมาจีนมีประเด็นในการลอบดักจับและส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ในประเทศ เช่น กรณีสมาร์ทโฟน Xiaomi ปี 2014 และ Shanghai Adups Technology ที่แอบฝังโค้ดสำรองข้อมูลส่งกลับจีนในปี 2016 ก็อาจส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างร้ายแรงได้เช่นกัน
เราคงต้องรอดูต่อไปว่า การสั่งแบนของสหรัฐฯจะเพียงพอต่อการสกัดกั้นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนที่กำลังร้อนแรงหรือไม่
ที่มา
https://interestingengineering.com/military/us-ban-china-humanoid-robots-military
https://interestingengineering.com/ai-robotics/us-ban-china-humanoid-robot-quadrupeds
https://www.itnews.com.au/news/android-firmware-sent-sensitive-user-data-to-china-441473







