
'สีหศักดิ์' เร่งสอบปมดักฟังจังหวัดชายแดนใต้-รอถกเขื่อนกัมพูชา
รองนายกฯ เร่งตรวจข้อเท็จจริงปมดักฟังโทรศัพท์ประชาชน จชต. 2,000 ราย พร้อมรอฟังคณะประนอมฝ่ายไทย ปมเขื่อนดักตะกอนกัมพูชากระทบเขตแดน
KEY
POINTS
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวการดักฟังโทรศัพท์ประชาชนกว่า 2,000 รายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
- รัฐบาลกำลังพิจารณาปัญหาเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบต่อเขตแดนทางทะเลและระบบนิเวศของไทยในจังหวัดตราด
- การตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางจัดการเขื่อนของกัมพูชาจะรอผลการหารือกับคณะประนอมฝ่ายไทย โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 12.37 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรองประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ร่วมชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงประเด็นเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อเขตแดนและระบบนิเวศบริเวณบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด
ตรวจสอบปมดักฟังโทรศัพท์ประชาชน จชต. 2,000 ราย
นายสีหศักดิ์กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลได้ประชุมไปแล้วหนึ่งรอบ พร้อมกำหนดแนวทางการทำงาน โดยมีคณะอนุกรรมการเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ลงพื้นที่พูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนนำข้อมูลกลับมาหารือในคณะกรรมการชุดใหญ่
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาภาพรวมในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา การพูดคุยสันติสุข และการทำงานร่วมกับประเทศมาเลเซีย พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่มาโดยตลอด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวหน่วยงานความมั่นคงดักฟังโทรศัพท์ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2,000 ราย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ต้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร และถือเป็นอีกประเด็นที่จะต้องนำมาพูดคุยกัน
ด้าน พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า สถานการณ์เหตุรุนแรงในพื้นที่ที่เกิดถี่ขึ้นนั้น หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่ ศอ.บต.ดูแลเรื่องการพัฒนา และคณะพูดคุยจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน
พล.ท.อดุลย์ระบุว่า ขณะนี้ได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว โดยคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น มี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพาแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน ได้ลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนแล้วหนึ่งรอบ และคาดว่าจะกลับมารายงานผลต่อคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล
รอถกคณะประนอมฝ่ายไทย ปมเขื่อนดักตะกอนกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีการใช้กฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS เพื่อแก้ปัญหาเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชา ซึ่งอาจรุกล้ำอธิปไตยไทย และสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเล
เมื่อถามว่า ก่อนกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเล จำเป็นต้องให้ฝ่ายกัมพูชารื้อเขื่อนดักตะกอนออกก่อนหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ต้องฟังความเห็นจากคณะประนอมฝ่ายไทยก่อน โดยรัฐบาลจะยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสำคัญ และขณะนี้ได้แต่งตั้งประธานคณะประนอมเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีเขื่อนดักตะกอนจำเป็นต้องรื้อหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนมากน้อยเพียงใด หากมีผลกระทบต่อเส้นเขตแดน ก็ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้ง







