
รัฐบาลสั่งกวาดล้างนอมินี-ทุนต่างชาติบุกรุกที่ดินหลวงพะงันถึงภูเก็ต
รัฐบาลสนธิกำลังทลายเครือข่ายต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีฮุบที่ดินและธุรกิจบนเกาะพะงัน พร้อมลุยทวงคืนหาดฟรีดอมจากมาเฟียภูเก็ต ย้ำเดินหน้าปราบทุนสีเทาเด็ดขาด
KEY
POINTS
- รัฐบาลปูพรมตรวจสอบนิติบุคคลกว่าหมื่นรายในแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมาย เช่น เกาะพะงัน เพื่อปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติถือครองธุรกิจและที่ดิน
- นายกรัฐมนตรีสั่งการทวงคืนที่ดินหลวงบริเวณหาดฟรีดอม ภูเก็ต จากกลุ่มอิทธิพลที่บุกรุกป่าสงวนสร้างวิลล่าให้ต่างชาติเช่ามานานกว่า 20 ปี
- ผลการตรวจค้นสามารถยึดโฉนดที่ดินได้ 37 แปลง มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท พร้อมขยายผลตรวจสอบสำนักงานกฎหมายที่เกี่ยวข้องและคุมเข้มชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว
ปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีข้ามชาติบนเกาะพะงัน
นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปูพรมตรวจสอบนิติบุคคลในแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายกว่า 11,426 ราย หลังพบพฤติกรรมใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายในการประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มชาวอิสราเอลและชาวจีนที่เข้ามาตั้งรากฐานในพื้นที่ยุทธศาสตร์
รูปแบบธุรกิจบังหน้าและการเลี่ยงกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบเทคนิคการตั้งบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ซ้อนกันหลายชั้น เพื่อทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของคนไทยอยู่ที่ 51% ตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติชาวต่างชาติเป็นผู้ควบคุมอำนาจและผลประโยชน์ทั้งหมด 100% โดยมักใช้ธุรกิจบังหน้า ดังนี้:
- สถานศึกษาและดูแลเด็ก: เปิดโรงเรียนสอนภาษาและสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก
- ธุรกิจไลฟ์สไตล์: ใช้ธุรกิจโยคะบังหน้าเพื่อกว้านซื้อที่ดินสร้างวิลล่าหรู จนเกิดเป็นชุมชนต่างชาติขนาดเล็ก
- ศูนย์ศาสนาและอาหาร: มีการจัดตั้ง Chabad House และร้านอาหารเฉพาะกลุ่มเพื่อรองรับชาวต่างชาติด้วยกันเอง
ยุทธการทวงคืน "หาดฟรีดอม" จากมาเฟียภูเก็ต
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดฟรีดอม (Freedom Beach) จังหวัดภูเก็ต หลังถูกผู้มีอิทธิพลยึดครองมานานกว่า 20 ปี โดยมีพฤติการณ์ตั้งตัวเป็นมาเฟียเก็บค่าผ่านทางนักท่องเที่ยว 100-300 บาท และบุกรุกที่ดินหลวงทำวิลล่าให้ชาวต่างชาติเช่า ปัจจุบันมีการดำเนินคดีแล้ว 23 คดี พื้นที่ 63 ไร่ โดยเฉพาะการจัดการกับ "เสี่ยเล็ก" ตัวการสำคัญ
สรุปผลการปูพรมตรวจค้นและยึดทรัพย์
เจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 14 จุด สามารถยึดโฉนดที่ดินได้ 37 แปลง พื้นที่ประมาณ 51 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาท พร้อมเข้าตรวจสอบสำนักงานทนายความ 6 แห่ง ที่ต้องสงสัยว่าให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติในการจัดตั้งนิติบุคคลอำพรางจำนวน 27 แห่ง
มาตรการคุมเข้มกลุ่มเสี่ยงและต่างชาติพำนักยาว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักในไทยนานผิดปกติ โดยตั้งเป้าเห็นผลใน 3 เดือน ซึ่งสถิติพบว่าชาวจีนเป็นสัญชาติที่ถูกกักตัวมากที่สุดถึง 539 ราย รองลงมาคือเมียนมาและกัมพูชา
การปรับปรุงกฎหมายเพื่อคัดกรองนักลงทุน
รัฐบาลยืนยันว่าการปรับปรุงกฎระเบียบใน 8 ประเภทธุรกิจต่างด้าว ไม่ใช่การเปิดเสรี แต่เป็นการลดความซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล เพื่อแยก "นักลงทุนตัวจริง" ออกจาก "กลุ่มทุนสีเทา" ขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำความมั่นใจแก่ประชาชนในการปราบปรามมาเฟียและพร้อมคุ้มครองพยานอย่างเต็มที่







