
ปมทีวีดิจิทัล สะเทือนไทยคม เสี่ยงถูกริบ 100 ล้าน เหตุไม่ยิงดาวเทียม
กสทช.ไม่ชัดแผนทีวีดิจิทัล ทำไทยคม สะดุดแผนสร้างดาวเทียมวงโคจร 78.5 องศาตะวันออก ตามเงื่อนไขประมูล เสี่ยงถูกริบเงินกว่า 100 ล้าน ฝั่งกสทช.ลงมติแค่ รับทราบ หวั่นโดนฟ้อง 2,000 ล้าน
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2569 นี้ จะครบกำหนดที่ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ต้องยิงดาวเทียมที่ประมูลได้ตั้งแต่ปี 2566 ใน 2 วงโคจร คือ 119.5 องศาตะวันออก และ 78.5 องศาตะวันออก https://www.posttoday.com/business/689582
ตามเงื่อนไข หากไม่สามารถยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ภายใน 3 ปี ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย จะต้องถูกริบเงินประกันกว่า 100 ล้านบาท ปรากฎว่า สเปซ เทค ได้แจ้งถึงกสทช.ว่าไม่สามารถยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ทั้ง 2 วงโคจร ด้วยเหตุสุดวิสัยตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น https://www.posttoday.com/business/742025
ทว่า กสทช.ลงมติให้ สเปซ เทค เลื่อนยิงดาวเทียมในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ไปจนถึง เดือน ก.ย. 2570 เพียงวงโคจรเดียว เพราะเหตุสุดวิสัยเกิดจากผู้ผลิต ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู เพราะมีสัญญาการจ้างและสร้างแล้ว
แต่วงโคจร 78.5 องศาตะวันออก บอร์ดกลับให้ความเห็นเพียง “รับทราบ” เนื่องจาก สเปซ เทค ยังไม่ได้ลงนามสัญญาในการว่าจ้างการสร้างแต่อย่างใด โดยมูลเหตุแห่งความสุดวิสัยคือ ความไม่ชัดเจนในนโยบายทีวีดิจิทัล ลามไปถึงแผนการใช้คลื่น C-Band ในช่วงความถี่ 3.4 - 4.2 GHz ว่าจะนำคลื่นดังกล่าวมาจัดสรรให้กิจการโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เมื่อใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดในปี 2572 เพราะขณะนี้ทีวีดิจิทัลส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมคลื่น C-Band
แหล่งข่าวกล่าวว่า จริงอยู่ที่วงโคจร 78.5 องศาตะวันออก ในเงื่อนไขการประมูลไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้ช่องสัญญาณ C-Band เพราะวงโคจรดังกล่าวมีทั้ง KU-Band และ KA-Band แต่สำนักงานกสทช.ได้ทักท้วงให้เอกชนทำ C-Band ด้วย
โดยวงโคจรให้บริการอยู่ในประเทศไทย เหมาะกับกลุ่มคนที่ทำตลาดในเมืองไทยให้บริการ ลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย จีน เป็นบรอดแคส เท่านั้น ซึ่งไทยคมเองก็มีดาวเทียมอยู่ในวงโคจรนี้อยู่แล้ว 2 ดวง คือ ไทยคม 6 และ ไทยคม 8
แต่ข้อเท็จจริงของเงื่อนไขการประมูลไม่ได้บังคับให้เอกชนต้องทำครบทุก Band แต่ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม แต่สำนักงานกสทช.มาเพิ่มเติมในสัญญาแนบท้าย
เมื่อเอกชนต้องการความชัดเจนเพื่อเดินหน้าสร้างดาวเทียม กลับไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน และผ่านมาจนจะครบกำหนดยิงดาวเทียมแล้ว
เหตุใดที่ผ่านมา สำนักงานจึงไม่ได้ติดตามเอกชนว่า “ไม่มีการลงนามว่าจ้างผลิตดาวเทียมเลย” ซึ่งเอกชนเองก็นำวาระนี้บรรจุอยู่ในวาระการประชุมรออยู่หลายเดือนแล้ว เพื่อจะให้บอร์ดกสทช.อนุมติเหตุสุดวิสัยเพื่อขยายระยะเวลาไปก่อน
ดังนั้นบอร์ดกสทช.จึงไม่กล้าลงมติ ได้แค่เพียง “รับทราบ” ทั้งที่วาระนี้เป็นวาระเพื่อพิจารณา เพราะในบอร์ดกสทช.มีกสทช.บางท่านนำประเด็นเรื่อง C-Band มาถกด้วย โดยได้มีการอธิบายว่า หากเอกชนลงทุนทำดาวเทียม C-Band แล้ว กสทช.บอกว่าจะนำไปประมูลให้คลื่นมือถือ จะกระทบกับธุรกิจและการลงทุนที่ลงทุนไปแล้ว แบบนี้ เอกชนสามารถฟ้องร้องกสทช.ได้ มูลค่าเสียหายอาจถึง 2,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงยังไม่แน่ใจว่า แบบนี้ เรียกเหตุสุดวิสัย หรือไม่
การลงมติครั้งนี้จึงยังคลุมเครือและเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนจะถึงวันที่ 15 พ.ค.ที่ต้องถูกริบเงินประกันกว่า 100 ล้านบาท นี้ เมื่อมีการเปิดเหตุผลของ "เหตุสุดวิสัย" ออกมาแบบนี้ บอร์ดกสทช. และ ไทยคม จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ต่อไป







