
นิด้าโพลชี้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.69 จืดชืด เหตุเดาผู้ชนะได้-ทีมรองฯ ไร้ผล
นิด้าโพลเผยคนกรุงส่วนใหญ่มองเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.69 ไม่น่าตื่นเต้นคาดเดาผลได้ล่วงหน้า ชี้ปัจจัยการเมืองระดับประเทศ-ทีมรองผู้ว่าฯ ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าคูหา
KEY
POINTS
- นิด้าโพลเผยคนกรุงส่วนใหญ่มองการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 69 ไม่น่าตื่นเต้น เพราะคาดเดาผลผู้ชนะได้ล่วงหน้า
- ปัจจัยการเมืองระดับประเทศและรายชื่อทีมรองผู้ว่าฯ แทบไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของประชาชน
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติและนโยบายของตัวผู้สมัครเป็นหลักในการตัดสินใจ
นิด้าโพลเผยผลสำรวจคนกรุงส่วนใหญ่มองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ไม่น่าตื่นเต้นเพราะคาดเดาผลได้ล่วงหน้า ชี้ปัจจัยการเมืองระดับประเทศและทีมรองผู้ว่าฯ แทบไม่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าคูหา โดยประชาชนร้อยละ 33.97 ยืนยันเน้นพิจารณาที่ตัวบุคคลเป็นหลัก ขณะที่ร้อยละ 29.24 มองว่าใครชนะก็ไม่ต่างจากเดิม
คนกรุงมองเลือกตั้งไร้สีสัน เหตุคาดการณ์ผู้ชนะได้ชัดเจน
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 น่าตื่นเต้นไหม” โดยสำรวจระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 32.59 มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าตื่นเต้น เนื่องจากพอจะคาดเดาได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับการเลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 29.24 เห็นว่าผู้สมัครคนใดชนะก็ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนกลุ่มที่มองว่าน่าตื่นเต้นมีเพียงร้อยละ 22.06 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สมัครตัวเต็งประมาณ 2-4 คน
ปัจจัยภายนอกและทีมงานรองผู้ว่าฯ ไร้อิทธิพลต่อการตัดสินใจ
เมื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีผลต่อการลงคะแนนเสียง พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
- อิทธิพลการเมืองระดับประเทศ: ร้อยละ 33.97 ระบุว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลย สะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ แยกแยะระหว่างการเมืองท้องถิ่นและการเมืองระดับประเทศออกจากกันอย่างชัดเจน
- บัญชีรายชื่อรองผู้ว่าราชการ: ประชาชนร้อยละ 30.61 เห็นว่ารายชื่อและประวัติของทีมรองผู้ว่าฯ ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ โดยตรง
ข้อมูลเชิงประชากรและระเบียบวิธีวิจัย
การเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ นิด้าโพลได้ดำเนินการสำรวจด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 0.05 โดยกลุ่มตัวอย่างมีลักษณะทั่วไปดังนี้
- ระดับการศึกษา: ร้อยละ 47.56 จบปริญญาตรี และร้อยละ 26.03 จบมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า
- สถานะทางอาชีพ: กลุ่มพนักงานเอกชนมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 29.31 ตามด้วยเจ้าของธุรกิจร้อยละ 27.94
- ช่วงอายุ: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มีสัดส่วนร้อยละ 28.09 และช่วงอายุ 46-59 ปี ร้อยละ 25.73
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้สมัครที่ต้องการครองใจคนกรุง จำเป็นต้องสร้างความโดดเด่นที่ตัวบุคคลและนโยบายที่จับต้องได้จริง มากกว่าการพึ่งพากระแสพรรคการเมืองระดับชาติหรือการเปิดตัวทีมงานเพียงอย่างเดียว
แหล่งที่มา : นิด้าโพล (คลิก)







