posttoday
วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ประชาชนเมินเชื่อมั่นจับตาคดีทุจริตสว.-พรก.กู้เงิน

วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ประชาชนเมินเชื่อมั่นจับตาคดีทุจริตสว.-พรก.กู้เงิน

09 พฤษภาคม 2569

ผลสำรวจพบประชาชนส่วนใหญ่ยังไร้ที่พึ่งทางศรัทธาต่อองค์กรอิสระ ท่ามกลางการจับตาคดีทุจริต สว. และปมร้อนกู้เงิน4แสนล้านบาทที่รอการวินิจฉัยชี้ขาดจากศาล

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้าชี้ว่าประชาชนกว่าร้อยละ 68.7 ขาดความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ สะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง
  • สังคมกำลังจับตาการทำงานของ กกต. ในคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ที่ถูกวิจารณ์เรื่องความล่าช้า และการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง
  • ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาคำร้องของฝ่ายค้านเพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ภาพรวมวิกฤตศรัทธาและผลสำรวจความเห็นสาธารณะ

จากการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าระหว่างวันที่ 24-27 เมษายนที่ผ่านมา พบสัญญาณอันตรายต่อความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบของประเทศ โดยประชาชนสูงถึงร้อยละ 68.7 ระบุว่า “ยังไม่เชื่อมั่นในหน่วยงานใดเป็นพิเศษ” สะท้อนถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระกับความคาดหวังของสังคม โดยมีเพียงศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับคะแนนนำในระดับร้อยละ 8.2 และ 8.1 ตามลำดับ

กกต. กับบททดสอบคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเผชิญแรงกดดันหนักในคดีทุจริตเลือกสว. หลังจากคณะไต่สวนสรุปว่ามีการกระทำผิดจริง แต่กลับมีการตั้งอนุกรรมการพิเศษขึ้นพิจารณาซ้ำ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งหากมีมติว่าผิดจริง ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นยุติธรรม

ปมรหัสคิวอาร์และพยานปากเอกในศาลรัฐธรรมนูญ

อีกหนึ่งคดีสำคัญของ กกต. คือกรณีความผิดปกติของรหัสคิวอาร์และรหัสแท่ง (QR Code/Barcode) ซึ่งเข้าสู่กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ขณะนี้ กกต. เตรียมเสนอรายชื่อพยาน 5 รายเพื่อเข้าชี้แจงต่อศาล โดยอยู่ระหว่างรอหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่มต้นกระบวนการยื่นคำให้การภายในกรอบเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อกังขา ป.ป.ช. กรณีคำวินิจฉัยคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถูกตั้งคำถามอย่างหนักหลังมีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งสังคมมองว่าอาจขัดต่อแนวทางเดิมของศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุดพรรคประชาชนโดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒกุล ได้ใช้สิทธิ์ยื่นขอเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร 6 รายการ เพื่อตรวจสอบบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญกับการชี้ชะตา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน

ประเด็นข้อกฎหมายเรื่องการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำลังถูกฝ่ายค้านนำโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวบรวมรายชื่อเสนอต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าจะยื่นคำร้องได้ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ และศาลจะมีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

บทสรุปและภารกิจเร่งด่วนในการกู้คืนธรรมาภิบาล

ท่ามกลางคดีความที่ค้างคา ประชาชนกว่าร้อยละ 60.7 ยืนยันว่า “การแก้ไขปัญหาทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาล” คือภารกิจเร่งด่วนอันดับหนึ่งที่รัฐและองค์กรอิสระต้องเร่งดำเนินการ สถานะคดีความต่าง ๆ ที่ปรากฏจึงมิใช่เพียงเรื่องของข้อกฎหมาย แต่คือบทพิสูจน์สำคัญที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาสู่ระบบตรวจสอบอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

“ยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด” กับคำถามใหญ่ “ใครต้องรับผิด” หากยังหลอกได้

“ยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด” กับคำถามใหญ่ “ใครต้องรับผิด” หากยังหลอกได้