posttoday
“ยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด” กับคำถามใหญ่ “ใครต้องรับผิด” หากยังหลอกได้

“ยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด” กับคำถามใหญ่ “ใครต้องรับผิด” หากยังหลอกได้

09 พฤษภาคม 2569

คุมเข้มโฆษณาออนไลน์ บังคับยืนยันตัวตน สกัดเพจปลอมยิงแอดหลอกคนไทย ล็อกเป้าเฟซบุ๊กเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณา 90 วัน ต้องเอาจริง หวั่นซ้ำรอยบัญชีม้า

ทันทีที่ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ( คธอ.) เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566) โดยกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะมิจฉาชีพที่ซื้อโฆษณาลงสื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงประชาชน ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 และจะมีผลบังคับใช้อีก 180 วัน ข้างหน้า 

หลายคนพุ่งเป้าไปที่เฟซบุ๊ก เพราะปัญหาเพจปลอมของมิจฉาชีพที่ซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก แอบอ้างเป็นคนอื่นเพื่อหลอกลวงเงิน หลอกลงทุน ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง และเห็นบ่อยยิ่งกว่าเพจจริง ด้วยแรงซื้อโฆษณา จะหมดไปได้จริงหรือไม่ และหากไม่หมดเฟซบุ๊กจะมีความผิดอย่างไร หรือจะเอาผิดได้หรือไม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า คำว่า สื่อสังคมออนไลน์ ฟังดูอาจจะงง แต่จริงๆแล้วก็พุ่งเป้าไปที่เฟซบุ๊ก เพราะปัญหาเรื่องเพจปลอมซื้อโฆษณาหลอกลงทุนมีมากที่สุด ซึ่งตามประกาศนี้ เฟซบุ๊ก ต้อง ใช้ระบบยืนยันตัวตนที่ประเทศไทยกำหนดเป็นมาตรฐานทั้งการยืนยันตัวตนผ่านการถ่ายรูปกับบัตรประชาชน หรือ การยืนยันตัวตนผ่านดิจิทัล ไอดี ก่อนซื้อโฆษณา

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กยังต้อง จัดเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณา ทั้งชื่อบุคคล หรือ นิติบุคคล บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองนิติบุคคล และ ข้อมูลที่ติดต่อได้ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อระบุข้อมูลการยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการซื้อโฆษณาได้ 

ส่วนการเอาผิดจะไปอยู่ที่โทษตามพ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบว่าได้ละเลยหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดี เชื่อว่าประกาศนี้จะช่วยให้เฟซบุ๊กทำงานง่ายขึ้นในการคัดกรองระหว่างคนทั่วไปกับมิจฉาชีพ จากเดิมที่ไม่มีมาตรฐานมาก่อน

ด้านภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 180 วัน หรือประมาณ ต้นเดือนพ.ย.2569 ต่อไปพวกเพจปลอมหรือมิจฉาชีพที่อยู่ต่างประเทศจะยิงแอดข้ามมาหลอกคนไทยจะทำได้ยากขึ้นมาก เพราะต้องติดด่านการยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ตหรือเอกสารนิติบุคคล เพราะประกาศนี้ ระบุว่า “กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์...”

ดังนั้น กฎหมายไม่ได้สนว่าคนยิงโฆษณาจะนั่งอยู่ที่กัมพูชา จีน หรือยุโรป แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณา ให้มาแสดงผลบนหน้าจอของ "คนในประเทศไทย" แพลตฟอร์มจะต้องบังคับให้ผู้ลงโฆษณารายนั้นยืนยันตัวตน "ทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา"

หากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องยืนยันตัวตน เพราะในประกาศข้อ 2 (2) มีการระบุชัดเจนถึงการใช้ "หนังสือเดินทาง"  หรือ "หนังสือรับรองนิติบุคคล" (ของต่างประเทศ) เป็นหลักฐาน ดังนั้น มิจฉาชีพต่างชาติจะลักไก่ยิงแอดเข้ามาเฉยๆ โดยไม่ส่งเอกสารยืนยันตัวตนไม่ได้แล้ว

ช่วงแรกเราที่เป็นคนทำงานอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ในระยะยาวมันจะช่วยล้างระบบโฆษณาให้สะอาดขึ้น คนซื้อก็มั่นใจ คนขายของจริงๆ อย่างเราก็ไม่ต้องไปแข่งกับแอดเถื่อนครับ

ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์อยู่ เตรียมตัวทำความคุ้นเคยกับระบบ KYC ของแต่ละแพลตฟอร์มไว้ได้เลย

...ตอนนี้ยังมีเวลาอีก 180 วัน กว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ ต้องรอดูว่าเฟซบุ๊กจะมีท่าทีออกมาอย่างไร และมาตรฐานการยืนยันตัวตนจะช่วยแยกมิจฉาชีพออกมาได้หรือไม่ หรือจะเป็นเหมือนเคสการยืนยันตัวตนแอปธนาคารที่ยังคงพบเห็นมิจฉาชีพพลิกทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะเป็นการขโมย หรือ ตัวบุคคลนั้นๆเอง ที่เต็มใจ ให้ใช้ข้อมูลสำหรับมิจฉาชีพเสียเอง

แล้วแบบนี้เฟซบุ๊กจะผิดหรือไม่ อย่างไร เพราะทุกวันนี้ปัญหาซิมผี บัญชีม้า ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะมีระบบยืนยันตัวตน และก็ยังไม่เคยเห็นค่ายมือถือ หรือ แบงก์ มีความผิด 

ข่าวล่าสุด

ผบ.ตร.สั่งขยายผลทุนจีนเทาซุกคลังแสงสัตหีบพบเสื้อเกราะระเบิดพลีชีพ

ผบ.ตร.สั่งขยายผลทุนจีนเทาซุกคลังแสงสัตหีบพบเสื้อเกราะระเบิดพลีชีพ